#แรงบันดาลใจ ยากจนแต่เรียนดี
ชิบ จิตนิยม แม้ไม่ได้เป็นศิษย์คณะวารสารศาสตร์ฯ ช่วงปริญญาตรีดังใจหวัง แต่ความตั้งใจไม่เคยจางหาย จึงมาเรียนต่อปริญญาโท MCA หลักสูตรภาคค่ำเรียน 3 ปี เข้าเรียนปี 2532 ไต่เต้าจากการเป็นนักข่าว ผู้ประกาศข่าวต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินรายการ จับจ้องมองจีน ทางสถานีโทรทัศน์ เนชั่น ทีวี
เล่าย้อนไปในวัยช่วงวัยรุ่น จากจังหวัดกาญจนบุรี ตะเกียกตะกายเข้ากรุงเทพฯ อยากเรียนวิชาที่หางานทำได้เลยคือวิทยาลัยช่างศิลป์ กรมศิลปากรที่วังหน้า แต่ชีวิตผิดคาด เรียนได้ไม่เท่าไรก็รู้ตัวทันทีว่านอกจากฝืมือไม่ถึงแล้ว รายได้ยังไม่ถึงหรือพอจะซื้อแม้แต่สีและกระดาษได้ด้วยซ้ำ จึงต้องอดทนเรียนอย่างกดดัน
ประทับใจ มธ. ตั้งแต่เห็นหลังคาหอประชุมใหญ่ ข้างสนามหลวง และเดินผ่านเข้า-ออกธรรมศาสตร์อยู่บ่อยๆความคิดก็เปลี่ยนอยากเป็นลูกแม่โดม บวกกับมีศิษย์เก่ารุ่นพี่ช่างศิลป์อย่างอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย สุดท้ายก็มาเรียนธรรมศาสตร์ แถมยังมีคนชอบทักเสมอว่าหน้าตาผมคล้ายดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนคนดังในสมัยนั้น จึงตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ ขอเรียนอักษรศาสตร์เพราะชอบภาษาอังกฤษ สอบติดมหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ใจยังอยากเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเรียนด้านสื่อสารมวลชนจึงสมัครเรียนต่อปริญญาโทวารสารศาสตร์และจบเมื่อปี 2535
#มุ่งมั่นเดินสู่ถนนสื่อสารมวลชนเพราะมีคนดังเป็นโมเดล
เริ่มงานที่สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและพลังงาน (ชื่อในสมัยนั้น ) ช่วยงานท่านอดีตรัฐมนตรีประจวบ ไชยสาส์น ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์อีกคน คลุกคลีกับบรรดาพี่สื่อมวลชนประจำกระทรวงฯ ก่อนจะลาออกมา
จากนั้น ได้ทำงานที่ IBC CableTV ซึ่งเป็นเคเบิลทีวีรายแรกของไทย แล้วก็ไปต่อที่สถานีโทรทัศน์ ITV ทำงานอยู่ 10 ปีจนมีอันเป็นไปสถานีต้องถูกปิด จึงไปอยู่ช่อง 7 ครึ่งปี ตามมาด้วยช่อง 3 อีก 10 ปี เขาให้เกษียณเมื่ออายุ 55 จึงมาต่อที่เนชั่นทีวีจนถึงปัจจุบัน
เกือบ 30 ปีของการทำงาน คลุกคลีกับข่าวต่างประเทศมาตลอดทั้งผู้สื่อข่าว และผู้ดำเนินรายการข่าวต่างประเทศ เดินทางไปต่างประเทศเป็นว่าเล่น อาสาไปรายงานข่าวในจุดสุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นอิรัก ซูดาน อัฟกานิสถาน อาเจะห์ เลบานอน เอธิโอเปีย ปากีสถาน ชายแดนเกาหลีเหนือ หรือดินแดนไกลโพ้นที่คนไทยไม่ค่อยมีโอกาสไปอย่างเกาะเคย์แมน และประเทศเซเชลส์ เกาะติดเหตุการณ์ระดับโลกมาตลอด รวมถึงวินาศกรรมเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ฯลฯ
ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมลคือ สื่อมวลชนในดวงใจขณะนั้น ความแปลกแหวกแนวทั้งความคิดและรูปแบบในการนำเสนอของท่านทำให้ ชิบ ต้องค้นหาแนวทางของตนเองด้วยเช่นกัน
#ดูข่าวต้องได้ข้อคิด
แน่นอนหลักการสื่อสารมวลชนที่ร่ำเรียนกันมาก็คือ ข่าวก็คือข่าว รายงานไปตามความเป็นจริง ไม่ใส่ความเห็นส่วนตัว “ผมก็ยึดแนวทางนั้น แต่ขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมปิดท้ายเพื่อให้ได้ข้อคิดสะกิดใจนำไปสู่การอภิปรายกันต่อ”
ยุคนั้นเว็บพันทิปโด่งดัง ใครๆก็เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย รวมถึงปฏิกิริยาต่อคำพูดปิดท้ายที่กลายเป็นจุดขายของผมอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะตอนอยู่ ITV ที่ยังมีเหตุการณ์รัฐประหาร
ครั้งหนึ่งผมเคยพูดปิดท้ายในรายการ “สายตรงไอทีวี” ที่มีคุณสุภาพ คลี่ขจายเป็นผู้ดำเนินรายการว่า”ลีกวนยู แม้จะเป็นอดีตผู้นำสิงคโปร์แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะเดินทางไปเยือนนานาประเทศ ไปแสวงหาความก้าวหน้าเพื่อติดปัญญาให้กับชาวสิงคโปร์ ให้มีปัญญาเป็นอาวุธ มีปัญญาเป็นอำนาจ ต่างจากผู้นำบางประเทศที่มีอำนาจแต่ไม่มีปัญญา สรุปง่ายๆก็คือ “มีปัญญาเป็นอำนาจดีกว่ามีอำนาจแต่ไม่มีปัญญา” พูดแค่นั้นแหละครับ พันทิปกระจาย หลายคนเห็นตรงกันว่า “เป็นวาทะแห่งปี”
พูดได้ตรงตามตำรา SMCR+E คือ + EFFECT หรือมีผลกระทบตามมาตามที่ครูบาอาจารย์ด้านสื่อสารมวลชนสอนมานั่นเอง และนี่เป็นหลักการที่ผมพยายามนำเสนอทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นข่าวต่างประเทศเรื่องใดๆก็ตาม เน้นการเปรียบเทียบกับสังคมไทยเพื่อให้ผู้ชมได้ประโยชน์จากการรับชม ไม่ใช่เพียงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป จบข่าวเอาง่ายๆ
ทุกวันนี้ยังทำรายการรายสัปดาห์ชื่อ “จับจ้องมองจีน”ทางเนชั่นทีวี เน้นให้คนไทยได้รู้จักจีนในทุกมิติโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนซึ่งต้องยอมรับว่าจีนเขาไปไกลกว่าที่ใครๆคาดคิดไว้เยอะ ทุกมณฑลของจีนนั้นเติบโตและยิ่งใหญ่ชนิดที่ใครที่ไม่เคยไปเยือนจีนยากจะจินตนาการได้ จึงเป็นเรื่องน่าคิดทั้งมิติด้านการเมืองและด้านการพัฒนาที่สังคมไทยและสังคมโลกควรเรียนรู้จากจีนเป็นอย่างยิ่ง เป้าหมายของการนำเสนอไม่ใช่โปรจีนแต่เป็นการแจกแจงให้เห็นวิสัยทัศน์และนโยบายของจีนเพื่อประโยชน์ในการนำมาประยุกต์ใช้หรือเข้าใจจีนมากขึ้น
#ทุกวันนี้มีใครๆก็เป็นนักข่าวได้ แต่เชื่อถือได้หรือไม่?
คำพูดยอดฮิตในทุกวันนี้ก็คือ “ใครๆ ก็เป็นนักข่าวได้” เพราะอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้วงการสื่อสารมวลชนถูก disrupt ด้วยเทคโนโลยีสื่อสาร เราจึงเห็นการสื่อสารที่ไม่ได้มาตรฐานตามตำราแต่กลายเป็นว่าได้รับความนิยมมากกว่ามากมายนัก นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของวงการสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะคนที่เป็นครูบาอาจารย์จะต้องแก้โจทย์การเรียนการสอน และหาวิธีปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและมโนธรรมสำหรับการเป็นนักสื่อสารมวลชนในยุคใหม่ที่เรายังหวังกันว่าความน่าเชื่อถือ ยังจะเป็นจุดขายได้
ชิบ บอกตอนท้ายว่า “ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยกับความคิดนี้ มันขายได้ แต่ขายยากมากกว่าเดิม อาจขายได้แต่อยู่ยาก แต่ก็ยังดีกว่าอยู่กัน เสพกันโดยหาความเชื่อถือไม่ได้เลย เพราะถ้าเชื่อถือกันไม่ได้ มันอยู่กันยากจริงๆ”
#ศิษย์JCTUที่เราภาคภูมิใจ #MCA #ปริญญาโท #JCTU
#JCupdate #ชิบจิตนิยม #NationTV
#JCTUalumni #สมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์
