เพราะ Core Value “องค์กรคนดี” ธุรกิจคู่คุณธรรมเป็นค่านิยมหลักในการดำเนินธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นสุข ทำให้ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล JC38 เอกวิทยุ – โทรทัศน์ ผู้ที่เคยหลงใหลรายการสารคดีเป็นชีวิตจิตใจ ได้ค้นพบตัวเองจากการทำงานที่นี่ว่า ไม่ใช่แค่ครีเอทีฟ หรือดูแลการผลิตสารคดีทีวี ตามวิถีทางด้านสื่อสารสารมวลชนเท่านั้นที่ชอบ แต่เมื่อผสาน “การตลาด” ทำให้เกิดเคมีใหม่ในการทำงานที่ท้าทายกับตัวเอง และคู่แข่งในตลาด โดยยึดหลัก “ความดี” คือตัวตนที่ใช่
ทำความรู้จักกับ “ประเสริฐ ไลอ้อน”
ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล หรือ “เอ็ม” หนุ่มพัทลุงเรียนเก่ง ที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ เพราะสอบเทียบติดได้เรียนที่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส JC38 สาเหตุที่เลือกเรียน เอก วิทยุ-โทรทัศน์ มาจากความสนใจชอบดูรายการสารคดีอย่างมากและมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนบทสารคดี และโท วรรณคดีอังกฤษ ที่คณะศิลปะศาสตร์ จบปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณทิต Young Executive MBA Program จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบจาก Stanford – Nus Executive Program in International Management , Stanford University & National University of Singapore
งานแรกหลังจบปริญญาตรี บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คือที่แรกที่จะทำตามความฝัน“เอ็ม” ดีใจมากที่ได้ทำงานที่นี่สมใจ เริ่มต้นที่แรกกับ รายการทีวียอดนิยม “ท้าพิสูจน์” ตำแหน่ง Pre Production ทำหน้าที่เตรียมการก่อนยกกองไปถ่ายทำ จากนั้นเขาได้ย้ายขึ้นไปเป็นครีเอทีฟอีก 2 รายการดัง ”เรื่องจริงผ่านจอ”และ “บุปฝาสวรรค์ ชุมชนคนลูกทุ่ง” ทำงานได้ 2 ปีกว่า เขาตัดสินใจเดินทางตามหาความท้าทายอีกครั้งทื่ รายการ Teen Talk ของคุณภิญโญ รู้ธรรม GMM Grammy เป็นรายการวัยรุ่นชื่อดังรายการแรกๆที่ฉีกกฎการทำรายการทีวิสิ้นเชิง นำเสนอ Lifestyle วัยรุ่น ทำงานไปจนวันหนึ่งมีคำถามผุดขึ้นในใจว่า “จะสามารถมีความครีเอทีฟในวันที่อายุมากขึ้นได้อย่างไร ” การเดินทางครั้งใหม่จึงเกิดขึ้นหลังผ่านเวลา 2 ปีเศษกับตำแหน่งสุดท้ายคือ Head of Creative
ค้นหาตัวตนครั้งใหม่ จากนกน้อย บินไปสู่นักการตลาด
อันดับแรกคือ ล็อคเป้าตามหางานที่จะทำให้ยิ่งมีอายุมากขึ้น ตัวเราจะยิ่งมีประสบการณ์และ value มากขึ้น คราวนี้เขาเลือกเบนเข็มไปลงคอร์สเรียนการตลาด ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย “จำได้ว่า ก่อนสอบได้ตำรา Case study มา 6 เล่ม ผมอ่านรวดเดียวจบภายในคืนเดียว” ทำให้เริ่มค้นพบว่า แท้จริงเขาสนใจเรื่องการตอบโต้ การแข่งขัน ด้วยชั้นเชิงทางการตลาดมากกว่า ยิ่งอ่านยิ่งชอบมาก อย่างกรณีศึกษาการแข่งขันของ บริษัท Consumer ชื่อดัง เช่น เคสของ Coke กับ Pepsi หรือ Unilever กับ P&G ฯลฯ ผลจากความสนใจทำให้ “เอ็ม” คว้ารางวัลผู้มีคะแนนสูงสุดเป็นที่ 1 จาก 400 คนทั่วประเทศที่สอบผ่าน
หมุดหมายใหม่เริ่มทำงาน..จากการทดสอบตัวตนด้วยการสอบแข่งขันเข้าเรียนปริญญาโท Young Executive MBA ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ต้องแข่งขันกับผู้สมัครสอบ 2,000 – 3,000 คน ผลออกมาอย่างที่คิดคือ “เอ็ม” ได้เป็น 1 ใน 50 คนที่ได้เข้าเรียน มันยิ่งตอกย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ควรเปลี่ยนเส้นทางชีวิตที่คิดว่า “ใช่” จากสายบันเทิงมาปักหมุดใหม่ที่สายการตลาด
ออฟฟิศการตลาดที่แรกของ “เอ็ม” คือ บริษัท CVD International จำกัด (มหาชน) บริษัทแถวหน้า เบอร์ 1 ในธุรกิจ Home Entertainment และผู้จัดจำหน่าย CVD และ DVD ของค่ายภาพยนตร์ชั้นนำของโลก “แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์อยู่ดี เพราะองค์กรประสบปัญหา Take over จากช่อง 3 ทำให้ทีมแตก องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลง ผมถือโอกาสเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง”
พบตัวตนที่ใช่ จังหวะชีวิตที่ใช่ เริ่มที่นี่…
กับตำแหน่ง Product Manager ดูแลผลิตภัณฑ์ KODOMO หนึ่งใน Brand ที่มีชื่อเสียงติดตลาดของ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด “ที่นี่ทำให้รู้สึกได้เลยว่า ได้พบสิ่งที่ชอบ ได้เปลี่ยนแปลง สนุกที่ได้ใช้ความรู้ตลอดเวลา เพื่อเข้าใจ Consumer ทำงานที่นี่จนเวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว แต่ก็ยังอยากที่จะก้าวไปหาประสบการณ์เพิ่ม อยากลองเปลี่ยนไปเรียนรู้สินค้าประเภท FMCG ในกลุ่ม Food เพิ่มขึ้น จึงไปทำงานเป็น Brand Manager ให้นมข้นหวานแบรนด์ Carnation ที่บริษัท F&N Diaries (Thailand) จำกัด
ใช้เวลาไม่นานที่จะเรียนรู้ว่าสินค้ากลุ่ม Food ไม่สนุกเหมือน Non Food จังหวะเดียวกับที่เจ้านายเก่าชวนกลับไปทำงาน จึงได้กลับไปไลอ้อนอีกครั้งในตำแหน่ง Product Manager ก่อนจะได้ขยับไปเป็นรองผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ดูแล Branding ถึง 7 ผลิตภัณฑ์เรือธง อาทิ ผงซักฟอก เปา, โปร ปรับผ้านุ่ม Hiclass , De paris, น้ำยาล้างจาน Lipon-F และโปร รวมทั้งผลิตภัณฑ์ถูพื้นและล้างห้องน้ำ ปัจจุบันเขาได้ก้าวขึ้นเป็น Category Manager ดูแลกลุ่มสินค้า Baby Care และ Beauty Care ดูแลแบรนด์ต่างๆ อาทิ Shokubutsu, Kirei Kirei, Flore ,Falles , Qlean , Free&Free, Kodomo เป็นต้น
ทำงานไปเรียนไป
การเรียนรู้ทุกวันที่ ไลอ้อน ยังไม่พอ ต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย เป็นโอกาสดีเมื่อบริษัทไลอ้อน ประเทศไทย และบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นได้คัดเลือกเป็น 1 ใน 7 คนจาก LION ประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าโครงการ LION Leader Program และได้ส่งไปเรียนหลักสูตร Stanford – Nus Executive Program in International Management หลักสูตรที่เป็นความร่วมมือระหว่าง Business School ของ Stanford University และ National University of Singapore การเรียนร่วมกับชาวต่างชาติ ได้เรียนรู้มุมมอง ความเป็นไปทางธุรกิจ East Meet West ซึ่งเข็มทิศเศรษฐกิจหันมาทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ได้เรียนรู้ Case จากหลายประเทศในเอเชีย อเมริกา และยุโรป สอดคล้องกับไลอ้อนที่ให้ความสำคัญเรื่อง Business Propose ที่ไม่ได้มุ่งเรื่อง CSR พื้นๆเท่านั้น แต่เข้าถึง Business Propose ว่าแท้จริงคืออะไร ทำไมประเทศไทยต้องมี ไลอ้อน? เป็นสิ่งที่ Global Business เริ่มคำนึงถึง และหันมาทำให้บริษัทแข็งแรงยิ่งขึ้นด้วยการ Drive วัฒนธรรมองค์กร และคน ต่างจากการ Drive แค่ผลกำไร ที่ให้ผลสำเร็จต่างกัน
“เราอยากเป็นคนดี” คือ Mindset ที่ไลอ้อนปลูกฝังให้กับบุคลากรตลอดเวลา ต้องทำสิ่งที่ดีตอบแทนสังคมเวลาทีมมาร์เก็ตติ้งจะเคลมสรรพคุณสินค้าที่ฉลาก นอกจากถูกคุมด้วยข้อกำหนดของ อย.แล้ว องค์กรก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า สิ่งที่เคลมไป จริงหรือไม่? พิสูจน์ได้จริงหรือไม่… ไม่ใช่แค่เชิญชวนดึงดูดใจผู้บริโภคเท่านั้น “เราต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ต้องสร้างนวัตกรรมสินค้าด้วยความซื่อสัตย์ และไม่โกหกผู้บริโภค”
ข้อพิสูจน์หนึ่งว่า ไลอ้อน ใส่ใจและแคร์สังคม คือยอมเพิ่มต้นทุน ใส่อักษรเบลล์ สำหรับผู้พิการทางสายตาใน Label ของผลิตภัณฑ์หลายชนิดแม้จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นก็ตาม อาทิ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน แชมพู สบู่เหลว เป็นต้น ยังมีเรื่องการคืนกำไรให้แก่สังคม กับสินค้าประเภทที่แข็งแรงสุดของบริษัทฯ กับกลุ่ม Oral Care อาทิ แบรนด์ Systema, Salz และโคโดโม กับกิจกรรม School Tour แนะนำวิธีดูแลฟันให้แก่เด็ก และกิจกรรมดูแลช่องปากของผู้สูงอายุในชุมชน รวมทั้ง รางวัลไลอ้อนเพื่อสุขภาพช่องปาก (Lion Oral Health Award) รางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดีเด่นด้านทันตสาธารสุขและสร้างเสริมสุขภาพในประเทศไทยที่ทำมาต่อเนื่อง
ทำงานมาร์เก็ตติ้งอย่างภูมิใจ
“เอ็ม” ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล วันนี้บินมาถูกทางในฐานะ Marketing เต็มตัว กับตำแหน่งล่าสุด Beauty & Baby Care Category Manager และเขาภูมิใจมากที่ได้อยู่ในองค์กรที่ให้ความสำคัญ จริงใจและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า เป็นความสบายใจที่ไม่ได้โกหกใคร เวลามอบสินค้าให้คนที่เรารักก็มอบให้ด้วยความสบายใจ ด้วย Core Value ของไลอ้อน คือ“องค์กรคนดี”
“เมื่อก่อนผมเคยมองหาบริษัทดัง แบรนด์ดัง แต่ตอนนี้ผมพบแล้วว่า Value และ Culture องค์กรแบบนี้ คือสิ่งที่มองหา เป้าหมายชีวิตต่อไป คืออยากสืบสานสิ่งดีๆเหล่านี้ เพราะสินค้าที่ดูแลหลายตัวก็ประสบความสำเร็จเป็นอันดับ 1 ของตลาดแล้ว ในเส้นทางนี้เราพิสูจน์แล้วว่า สุดท้ายโลกเปลี่ยน ผู้บริโภคเปลี่ยน แต่เรายังให้ความสำคัญกับชุมชน สิ่งแวดล้อมมากขึ้น คนทำธุรกิจไม่ควรเอาตัวรอดคิดแค่กำไร ขาดทุน ต้องดูว่า บริษัทเราจะช่วยแก้ไขสังคมอย่างไร ถ้าทุกคนช่วยกัน บริษัทแข็งแรง ชุมชนก็แข็งแรงไปด้วยกัน ที่ไลอ้อนเราเชื่อเรื่องการช่วยกันพัฒนาคนและสังคมให้ดีขึ้น”
#ศิษย์JCTUที่เราภาคภูมิใจ #JC38 #JCTU #JCupdate #Lion #องค์กรคนดี
