JC UPDATE
ปรีชฎา แพนสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กรและการวิจัย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
ปรีชฎา แพนสิงห์ หรือ ไก๋ จบปริญญาตรีสาขาประชาสัมพันธ์ JC 31 พอจบปริญญาตรีก็เลือกที่จะเรียนต่อปริญญาโท เพราะคิดว่าหากทิ้งช่วงไป โอกาสจะกลับมาเรียนอีกคงยาก จึงตัดสินใจไปเรียนต่อ MA Communications ที่ California State University, Fullerton เมื่อเรียนจบกลับมาก็เริ่มหางานทำ ซึ่งงานหายากมากในช่วงนั้นเพราะเป็นช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งพอดี จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ทำงานมากว่า 27 ปี ทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน ปัจจุบัน ทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า กบข.
#เริ่มงานส่งเสริมการตลาดและสอนหนังสือพร้อมกัน
งานแรกที่ทำเป็นงานส่งเสริมการตลาดของบริษัทเอกชน ช่วงวันหยุดจะรับงานแปลและงานสอนหนังสือ สาเหตุที่รับทำงานมากมายเพราะรู้สึกว่าตัวเองเริ่มงานช้าจึงต้องการจะเรียนรู้การทำงานที่หลากหลายเพื่อประเมินว่าตัวเองชอบอะไรและทำอะไรได้ดี ที่ผ่านมา คนที่รู้จักมักจะบอกว่าบุคลิกเป็นนักวิชาการ จึงน่าจะเหมาะเป็นอาจารย์ ดังนั้น งานที่สองจึงเบนเข็มไปรับหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำสอนด้านการสื่อสาร ซึ่งเมื่อไปเป็นอาจารย์ประจำ ก็ค้นพบว่าสิ่งที่คนอื่นเห็นกับสิ่งที่เป็นมันคนละเรื่องเดียวกัน เพราะไม่ได้เป็นคนหลงใหลในวิชาการแต่เป็นคนที่ชอบการปฏิบัติ จึงตัดสินใจเปลี่ยนงานและได้มาทำงานที่บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ สิ่งที่ภูมิใจในการทำงานที่นี่ คือ การที่สามารถตั้งแผนกขึ้นใหม่ได้สำเร็จ วางโครงสร้าง กำหนดกลยุทธ์ และแผนงานจนมีผลงานของแผนกชัดเจน
#9 ปีที่ AIA
ประมาณปี 2546 ได้มีโอกาสร่วมงานกับ AIA ตลอดเวลาที่ทำงานที่นั่น ได้รับมอบหมายงานใหม่ ๆ เสมอ เป็นงานที่ต้องเป็นคนริเริ่มทำ แม้จะมีแนวทางจาก Regional มาบ้าง แต่ก็ต้องปรับหลายอย่างเพื่อให้เข้ากับตลาดเมืองไทย โดยเริ่มจากการรับผิดชอบงานโฆษณาและตามมาด้วยงาน Sponsorship, Internal Communication, CSR, Branding และ Crisis Communications งานที่ทำแล้วรู้สึกสนุกและท้าทาย คือการเปลี่ยน Corporate Advertising เป็น Product Adverting ที่ไม่ได้ขายแค่ภาพลักษณ์องค์กรอย่างเดียวแต่ขายผลิตภัณฑ์ตามหลัก Needs Based Selling ซึ่งเป็นการเปลี่ยน Paradigm การขายแบบประกันจากเดิมที่เน้นขายแบบที่ให้ Commission สูงแก่ตัวแทน เป็นแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
ที่ AIA ยังได้ประสบการณ์ทำงานด้าน Sponsorship โดยเฉพาะการทำ Campaign สนับสนุนทีม Man U ด้วยการทำเสื้อคาดออกทีมด้วยโลโก้ AIG ที่ให้ Impact สูงมากทั้งในแง่การสร้างภาพลักษณ์และการกระตุ้นยอดขาย งานสำคัญอีกอย่างที่ทำที่ AIA คือ โครงการ Brand Revitalization เป็นการปรับ Brand Positioning ให้ทันสมัยและสะท้อนการเป็น Market Mover ของตลาดประกันชีวิต ซึ่งตรงนี้ต้องเริ่มจากการปรับ mindset ของคนข้างใน ต้องปรับกระบวนการทำงานโดยให้ brand อยู่ในทุกส่วนงาน ต้องติดตาม ควบคุม ให้คำแนะนำกับทุกการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร
อีกประสบการณ์ที่สำคัญในช่วงที่ทำงานอยู่ที่ AIA คือ การเป็นส่วนหนึ่งของทีมแก้วิกฤต AIG ที่สะเทือนความเชื่อมั่นของลูกค้าว่า AIA จะล้มหรือไม่ ตรงนี้ ทำให้รู้ว่าต่อให้เรียนรู้หลักการ หรือวิธีการในตำรามาอย่างไร ก็ไม่เท่ากับการที่ต้องบริหารจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งในวันนั้น การบริหารจัดการถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะ CEO ให้แนวทางการทำงานชัดเจน ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่รวมใจเป็นหนึ่งเดียว และยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานกำกับดูแล จากพี่ ๆ สื่อมวลชน จนทำให้ลูกค้ายังเชื่อมั่นใน AIA จนทำให้ในปีนั้น AIA ยังคงได้รับรางวัล Top Of Mind Brand
#อีก 9 ปีที่ กบข.
ปี 2557 เป็นปีที่เริ่มต้นทำงานที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารเงินให้กับข้าราขการสมาชิก โดยสมาชิกส่งเงินสะสม 3% หน่วยงานต้นสังกัดส่งเงินสมทบให้ 5% และ กบข. นำเงินเหล่านั้นมาบริหารจัดการลงทุนให้เกิดผลประโยชน์ ก่อนคืนเงินจำนวนดังกล่าว หรือ ที่เรียกว่า “เงินก้อน กบข.” ให้กับสมาชิกเมื่อออกจากราชการ หรือ เกษียณอายุราชการ โดยสมาชิกยังสามารถรับบำเหน็จ หรือ บำนาญ ตามสิทธิ์จากหน่วยงานต้นสังกัดอีกส่วนหนึ่ง กบข. เป็นองค์กร CSR ด้วยตัวเองเพราะเน้นให้ความรู้ กระตุ้นให้สมาชิกวางแผนและบริหารเงินเพื่อการเกษียณ ไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไร แต่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนให้กับสมาชิก
การทำงานที่ กบข. ค่อนข้างท้าทาย วิธีการทำงานไม่ต่างจาก Agency คือต้องคิดเร็ว ทำเร็ว และต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดภายใต้กรอบนโยบายจากภาครัฐ ตำแหน่งแรกที่นี่ คือ ผู้อำนวยการและผู้บริหารฝ่ายสื่อสารสมาชิก ปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กรและการวิจัย
#งานยุทธศาสตร์ กบข. ทำอะไรบ้าง
ภารกิจหลักในตำแหน่งปัจจุบัน คือ การเชื่อมวิสัยทัศน์ขององค์กรสู่หน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละกลุ่มงานและฝ่ายงาน ซึ่งอาจลงลึกไปถึงความรับผิดชอบระดับบุคคล โดยวิสัยทัศน์ปัจจุบันของ กบข. คือ การเป็น “กองทุนบำนาญไทยมาตรฐานโลก” จึงต้องศึกษาว่ามาตรฐานโลกในเรื่องต่าง ๆ คืออะไร framework ที่ใช้อยู่คืออะไร และ กบข. อยู่ที่จุดไหน มีช่องว่างที่ต้องพัฒนาปรับปรุงอะไรบ้าง และมีอะไรที่ทำแล้วเป็น best practice สามารถแบ่งปันประสบการณ์กับหน่วยงานอื่นได้บ้าง ยุทธศาสตร์ กบข. จะแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านลงทุน ด้านสมาชิก ด้านองค์กร และด้านความคิดริ่เริ่ม ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานมีลักษณะเป็นผลสัมฤทธิ์ (outcome) คือ ตัวเลขสุดท้าย แต่กว่าจะได้มาซึ่งตัวเลขนั้น ทุกคน ทุกฝ่ายงาน ทุกกลุ่มงานจะต้องทำแผนงานย่อยหลายแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด
ฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร ต้องทำหน้าที่เสนอความคิดเชิงกลยุทธ์ ติดตามผล ช่วยแก้ปัญหา และรายงานความคืบหน้าต่อผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกแผนงาน on track ในขณะเดียวกัน การทำงานจะไม่อาศัยเพียงความรู้สึก หรือ การคาดเดา แต่ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้และน่าเชื่อถือ ซึ่งงานวิจัยจะเข้ามาสนับสนุนในส่วนนี้ ในแต่ละปี กบข. ทำวิจัยเยอะมาก เพื่อหา insight ของสมาชิก และนำผลวิเคราะห์จัดทำเป็นข้อเสนอแนะทั้งเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติแก่ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง
อาจกล่าวได้ว่าการทำงานของ ปรีชฎา แพนสิงห์ หรือ ไก๋ ได้ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งการเรียนที่ วารสารฯ ได้ให้พื้นฐานการสื่อสารที่สำคัญต่อการทำงานในทุกช่วงชีวิตของเธอ และหากพูดถึง 3P’s Motivation หรือ Pay, People, Purpose สำหรับเธอแล้ว … การทำงานที่ กบข. ถือว่าอยู่ในระดับของ Purpose เพราะเธอทำงานโดยเน้นภารกิจหลักขององค์กร ยึดประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้สมาชิกมีความมั่นคงในวัยเกษียณ
#ศิษย์JCTUที่เราภาคภูมิใจ #JC31 #JCupdate #ฝ่ายยุทธศาสตร์กบช. #กบข. #JCTUalumni
