วันนี้ห้องรับแขก JC Update มีโอกาสเปิดต้อนรับอาจารย์เจ ศิษย์เก่า JC รุ่น 39 สาขาประชาสัมพันธ์ที่พ่วงท้ายดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ของรุ่น และแน่นอนว่าความรู้แน่นขนาดนี้ไม่ไปเป็นนักวิชาการก็คงเสียดายแย่ แต่นอกจากตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สาวเอนเนอร์จีสูงคนนี้ยังสวมหมวกนักสื่อสารการตลาดให้กับมหาวิทยาลัยฯ และตั้งบริษัท Social Enterprise ธุรกิจเพื่อช่วยเหลือสังคมอีกด้วย
“เราเป็นคนพูดน้อย แต่ยิ้มง่าย สนุกสนานและมีมนุษย์สัมพันธ์ดี” อาจารย์เจแนะนำตัวเองก่อนเริ่มบทสนทนา ด้วยคาแรกเตอร์แบบนี้จึงทำให้ตัดสินใจเลือกสอบเข้าคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็น JC รุ่น 39 เอกสาขาประชาสัมพันธ์ นอกจากเรียนเก่งแล้ว อาจารย์เจยังมีน้ำเสียงที่ไพเราะจนได้เป็นนักร้องของวง TU Band ของมหาวิทยาลัยด้วย
เมื่อมองย้อนกลับไปตอนที่ยังเรียนอยู่คณะวารสารศาสตร์ฯ นั้น สิ่งที่อาจารย์เจ ภาคภูมิใจคือการรวมตัวกับเพื่อน ๆ ในสาขาประชาสัมพันธ์จัดตั้งชมรม “ PR Pro” ขึ้นมาเพื่อแนะแนวอาชีพประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาใหม่ได้รู้จัก เนื่องด้วยในยุคนั้นน้อง ๆ ยังรู้จักสาขานี้น้อยมาก รวมทั้งร่วมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะและประสบการณ์ของงานประชาสัมพันธ์ เช่น จัดทีมนักศึกษาเพื่อเข้าเวทีการแข่งขันด้านประชาสัมพันธ์ และร่วมกิจกรรม CSR เพื่อสังคมและชุมชน
แม้จะตั้งชมรม PR Pro เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกไปเผชิญกับโลกทำงานตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เมื่อถึงเวลาลงสนามจริงนั้นดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ก็ดูจะช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะ “สิ่งที่คิดกับความจริงของชีวิตมันแตกต่างกันมาก”
“ เริ่มชีวิตการทำงานที่แรกที่สภาอุตสาหกรรม ตำแหน่ง Media Relationship ท้าทายมาก เพราะถึงเวลาทำงานจริงเรากลับพบว่าเราไม่รู้อะไรเลย วันแรกไปทำงานเครียดมาก งานที่รับผิดชอบเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่เราไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย แม้ความรู้ที่เรียนมาจากคณะวารสารจะเป็นเครื่องมือที่ดีก็ตาม แต่เราต้องมาเรียนรู้เพิ่มเติมทางด้านเศรษฐกิจใหม่หมด สรุปคือเราขาดความรู้รอบตัวและต้องสนใจข่าวสารบ้านเมืองค่ะ”
ทำงานที่สภาอุตสาหกรรมฯได้เพียงปีเดียว อาจารย์เจก็ได้เปลี่ยนงานมาอยู่ค่ายยักษ์ใหญ่ของวงการบันเทิง GMM GRAMMY ในส่วนธุรกิจใหม่ล่าสุดที่เพิ่งตั้งขึ้นมาชื่อ EOToday โดยทางผู้บริหารแกรมมี่ตั้งใจให้บริษัทนี้เป็นเรือธงปูทางในการบุกธุรกิจเอนเตอร์เทนเม้นต์ออนไลน์ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในอนาคต
“ คิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้เข้ามาอยู่ในธุรกิจนี้ เพราะทันสมัยมากในยุคนั้น จนกลายเป็นคนที่มองอะไรเป็นinnovative ไปหมด”
แต่ชีวิตถูกกำหนดมาให้ต้องเป็นอาจารย์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับลูกศิษย์ เมื่อมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดรับสมัครทุนขึ้น อาจารย์เจ จึงไปสมัครและในที่สุดก็ได้ทุนไปศึกษาต่อปริญญาโท สาขา Integrated Marketing Communications หรือ IMC ที่ Emerson Collage บอสตัน สหรัฐอเมริกา เพราะชอบทั้งงานสื่อสารและธุรกิจ
จากนั้นเพื่อใช้ทุนคืนมหาวิทยาลัยฯ ชีวิตของการเป็นอาจารย์ในรั้วมหาวิทยาลัยหอการค้าจึงเริ่มขึ้นเมื่อปี 2547 ในขณะที่อายุเพียง 24 ปี โดยเป็นอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ สังกัดโฆษณา ใช้เวลา 18 ปีอยู่กับงานสอนนักศึกษาพร้อมกับได้รับมอบหมายงานบริหารในฝ่ายสื่อสารการตลาดให้กับมหาวิทยาลัยไปด้วย
“ชอบชีวิตอาจารย์มาก เพราะมีโอกาสได้เข้าไปช่วยพัฒนาเด็กให้เขาเก่งให้มีความคิดที่ดีขึ้น เด็กบางคนมองไม่เห็นจุดแข็งของตัวเอง ไม่เห็นความสำคัญของตัวเอง แต่เรามีโอกาสช่วยเขา ทำให้เด็กได้ภาคภูมิใจและเห็นความสำคัญของตัวเองและสามารถพัฒนาตัวเองไปอีกขั้นได้”
นี่คือความรู้สึกที่ภาคภูมิใจของอาจารย์เจที่พยายามใช้ความเป็นครูบาอาจารย์ที่ใกล้ชิดกับนักศึกษาเพื่อให้กำลังใจและสนับสนุนนักศึกษาบางคนที่มีปัญหาจนกลายเป็นเพชรเม็ดงามประดับวงการได้
สาวบ้าพลังอย่างอาจารย์เจยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น ในปี2020 ได้สมัครเข้าแข่งขั้น IDE Thailand 2020 ที่ปั้น startup หน้าใหม่เข้าวงการธุรกิจ และคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ โดยเสนอโปรเจ็คธุรกิจ Homi Food ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายอาหารพร้อมปรุง และปัจจุบันก็ได้นำต้นแบบนี้มาทำธุรกิจได้ 3 ปีแล้ว
“เราต้องการช่วยเหลือคนสูงอายุและคนที่ต้องการมีรายได้เสริม เป็นงานที่ช่วยสังคมและ โชคดีที่เปิดมาในช่วงโควิตระบาดจึงมีออร์เดอร์เยอะมาก ธุรกิจจึงไปได้ดี ”
ในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนทางด้านสื่อสารมวลชน รวมทั้งมีโอกาสได้เข้าไปมีส่วนในการปรับหลักสูตรการศึกษา อาจารย์เจกล่าวว่า ยุคนี้สาขานิเทศศาสตร์กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง
“ตอนนี้เรื่องของการทำคอนเทนต์มาแรง แต่รูปแบบเปลี่ยนไปตามยุค เช่นเมื่อก่อนเราพูดถึง Channel หรือช่องทาง ก็จะมีสื่อเพียง วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร แต่ปัจจุบันนิยามของChannel ก็เปลี่ยนไปกลายเป็นสื่อ online ซึ่งภายใต้สื่อ online ก็เกิดช่องทางใหม่ ๆ อีกเยอะมาก เวลาเราทำกลยุทธ์ต่าง ๆ จะต้องศึกษากลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มในเชิงลึกเพื่อเลือกช่องทางให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้ เรียกว่าตอนนี้เบสิกของทฤษฎีไม่ได้เปลี่ยน แต่ว่าตัวไส้ในเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ”
อีกเรื่องหนึ่งที่อาจารย์ เจ เน้นย้ำและให้ความสำคัญอย่างมากในวิชาชีพสื่อสารมวลชนคือ
“ความถูกต้อง” ดังนั้นก่อนจะนำคอนเทนต์เผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะจะต้องตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดทุกครั้ง
“ อย่าลืมว่าทุกสิ่งที่ออกไปในโลกดิจิตอลแล้ว แค่วินาทีเดียวมันคือ digital footprint หรือตราประทับอยู่ในโลกดิจิตอล เรียกว่า ไวกว่าแสง เพราะแค่มีคนเห็นคอนเทนต์เราแล้วcapture เอาไว้ เรายังไม่ทันลบก็จบแล้ว เพราะฉะนั้นการแก้ไขจึงกลายเป็นเรื่องยากและทำให้เกิดความเสียหายทั้งองค์กรได้ อยากให้นักศึกษาวารสารฯ คำนึงถึงเรื่องความถูกต้องของข้อมูลก่อนที่จะโพสต์หรือแชร์อะไรออกไปเพราะเราต้องเป็นมืออาชีพ”
การสนทนาจบลงด้วยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจของศิษย์เก่าคณะวารสารฯ ที่ไม่ว่าจะรุ่นไหน ๆ ก็ยังยึดมั่นกับการเป็นสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพและไม่ทอดทิ้งสังคม
