คุณสุผจญ กลิ่นสุวรรณ คือ ชายหนุ่ม Americanized ผู้เติบโตในอเมริกา แต่กลับมางอกงามที่บ้านเกิดเมืองไทย ด้วยความสามารถ จบโรงเรียนสวนกุหลาบ คว้า 2 ดีกรี ปริญญาตรี รัฐศาสตร์ จุฬาฯ และ ปริญญาโท MCA วารสารฯ ธรรมศาสตร์ เพราะทักษะด้านภาษา และความรู้ ประสบการณ์หล่อหลอม และสร้างโอกาสให้ “เต้-สุผจญ” เป็นนักสื่อสารมวลชนตัวจริงที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ด้วยความโดดเด่นด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ และประสบการณ์ในวงการสื่อสารมวลชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เบื้องหลังถึงเบื้องหน้า จนทำให้วันนี้เขาคือ ผู้มีทักษะการสื่อสารสองภาษา (Dual Language) ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ด้วยบุคลิกโดดเด่น และทักษะการสื่อสารที่เต็มไปด้วยพลัง วาทศิลป์ มีมุขสนุกสนาน ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่ายที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ ทั้งแวดวงการศึกษา จนถึงระดับรัฐบาล…
นั่นเพราะ“เต้-สุผจญ” มี Product Knowledge – Positioning, & Differentiation ที่ไม่เหมือนใคร ตัวอย่างผลงานที่คอหนังหลายคนคุ้นเคย จากรายการทีวีกับคู่หูคู่ฮา 2 ภาษา อย่างคริสโตเฟอร์ ไรท์ ในรายการสนุก Movie Language ช่อง Mono 29 ทุกเสาร์-อาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำ หรือ รายการทางช่อง Thai PBS ก่อนหน้านี้คือ English Breakfast รายการสอนภาษาอังกฤษ รวมถึงรายการสำหรับเยาวชนชื่อ The Camp ค่ายหรรษา และรายการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 2 องศา เป็นต้น นอกจากนั้นเขายังรับงานหลายด้านที่ผ่านเข้ามา แบบไม่เกี่ยงราคา ด้วยความเชื่อว่า “ทุกงานที่เข้ามาเปิดโอกาส เป็น Skill ยิ่งใช้ ยิ่งเก่ง ยิ่งแกร่ง” ถ้าเราเกี่ยงงานอาจทำให้โอกาสดีดีในชีวิตหายไป อย่างน่าเสียดาย จึงเห็นเขาจับงานทุกอย่างที่เข้ามาจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว จนวันนี้เขาตั้ง Goal ใหม่ว่า จะรับงานแบบมีเป้าหมาย Balance การทำงาน และครอบครัวเพื่อทำหน้าที่“คุณพ่อลูก 4”ให้ดียิ่งขึ้น
ถ้าไม่ได้พบอาจารย์….ก็คงไม่ได้เป็นอาจารย์
ที่ว่า รับงานแบบมีเป้าหมายแล้ว แต่ปัจจุบัน เปิดบ้านเป็นสตูดิโอ รับงานพิธีกรรายการทีวี พิธีกรอีเว้นท์สองภาษา วิทยากรสองภาษา อาจารย์ และรับลงเสียงสปอต 2 ภาษา ยังทำหน้าที่อาจารย์สอนภาคภาษาอังกฤษ ระดับปริญญาตรี สาขา BJM คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกด้วย
“ หลังจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ผมได้สมัครเป็นนักข่าวภาคภาษาอังกฤษ ให้รายการ Nation News Room ช่อง Nation TV เลยมีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์ รศ.ธนัญญา เชรษฐา คณบดี คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนฯ ท่านแนะนำให้ผมลองสมัครเรียนปริญญาโท ผมจึงได้แรงบันดาลใจให้ไปสมัครเรียนปริญญาโท MCA โดยใช้เงินที่ได้จากค่าชดเชยออกจากงาน 5 เดือนจาก Nation ไปสมัครเรียน ช่วงนั้นก็ไปอยู่ที่ ITV แต่เจอเหตุปฎิวัติต้องย้ายไป TITV จนเกิดเหตุอีกครั้ง ทำให้ย้ายไปทำงานรายงานข่าวเช้า เที่ยง ค่ำ ที่ Thai PBS เป็นเหตุผลที่สอบประมวล ของ ป.โท ไม่ผ่านซักที”
“ตอนนั้นท่านอาจารย์ พรจิต สมบัติพานิช มาที่ Thai PBS (ขณะผมกำลังเรียนปริญญาโท) ท่านชวนให้ไปช่วยสอนน้องๆ ภาควิชา BJM คณะวารสารศาสตร์ฯ ทีแรกก็นึกว่าจะไปบรรยายขำๆ รู้ตัวอีกทีเป็นอาจารย์ประจำวิชา และสอนต่อเนื่องมา (ถึงตอนนี้) 13 ปีแล้ว”
ถ้าโชคไม่มาเคาะที่ประตูเรา เราก็ต้องทำประตูเอง
‘If luck doesn’t come…build your own door!”
ปี 2008 เคยไปเสนอรายการสอนภาษาอังกฤษ วันละ 5 นาที กับคุณเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์ Thai PBS สมัยนั้น ชื่อรายการ Give me Five แต่กลับได้ทำรายการช่วงเช้าวันเสาร์ ชื่อ English Breakfast จันทร์-ศุกร์ เป็นนักข่าวภาคสนาม เสาร์ ถ่ายรายการ วันอาทิตย์อ่านข่าวในสตูดิโอ และวันจันทร์ทำหน้าที่ตอบอีเมลเจากผู้ชม
“วันดีคืนดี มีสายเข้ามาว่า ขอสคริปท์รายการ เพราะครูให้ทำรายงานจากรายการนี้ ทั้งที่รายการมีคู่แข่งแข็งๆยุคนั้น ทั้งช่อง 9 การ์ตูน ละครปลาบู่ทอง ช่อง 7 ทำให้ผมตื่นเต้นมากที่สุดท้ายก็เจอกลุ่มผู้ชม และกลายเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เลือกมาผลิตรายการ English Breakfast อย่างเดียว เพราะโปรดิวเซอร์ลาคลอด เพราะถ้าไม่กระโดดไปทำรายการ English Breakfast เต็มตัว รายการอาจจะไปต่อไม่ได้ ผมเชื่อว่า สิ่งนี้มีประโยชน์ ถ้าโชคไม่มาเคาะที่ประตูเรา เราก็ต้องทำประตูเอง”
เมื่อคนเบื้องหน้าขอทำเบื้องหลังเอง
นอกจากทำรายการเอง ก็ขอย้ายไปทำงานครีเอทีฟ ขอไปตัดต่อเองแทนเจ้าหน้าที่ตัดต่อที่พบความลำบากเรื่องภาษา ก็เลยได้เรียนรู้งานในห้องตัด เมื่อคู่หูพิธีกร ลาออกไปทำเอง ก็เหลือคุณเต้เป็นพนักงานประจำคนเดียว เลยเป็นที่มาของความคิดที่จะลาออก มารับอ่านข่าวอย่างเดียว เขาโพสต์เฟสบุ๊คอัพเดทสถานะว่า เป็นฟรีแลนซ์แล้ว เพื่อนเห็นเลยถูกชักชวนไปอ่านข่าวช่อง 3 Family อยากทำรายการภาษาไทยบ้าง ชื่อ Mid Day Delivery ทุกอย่างดีหมด ยกเว้น Rating..
จากนั้นจึงได้ออกไปอยู่ช่อง True 4U ปี 2014 อ่านอย่างเดียว ก็รู้สึกว่า ชีวิตจะง่ายไป…จึงกลับไปคุยกับผู้ใหญ่ที่ Thai PBS ขอกลับไปทำงาน จึงได้รับคำแนะนำให้เป็นผู้ผลิตรายการเชิงข่าว จากนั้นปี 2016 ในหลวง ร.9 สวรรคต ชีวิตจึงเปลี่ยนอีกครั้งเพราะงดรายการ / กิจกรรมบันเทิงเป็นเวลานาน ต้องผลิตรายการเองจากสตูดิโอที่บ้าน ควบคู่ไปกับงานสอนหนังสือที่ BJM ตั้งแต่ปี 2008 สอนอยู่ 11 ปี จนถึงปัจจุบัน สอนนักศึกษาปี 2 วิชา Introduction to Broadcasting และ Radio & TV Production ปี 3 (เพิ่มเรื่อง Mobile Journalist และ Switching Live)
ผลงานที่ภาคภูมิใจ…และต้องสำเร็จ
คือ รายการทีวีภาษาอังกฤษ ชื่อ “Itchy Feet” หรือ ภาษาอังกฤษติดเที่ยว ทางช่อง Thai PBS ที่ได้รับรางวัลพระราชทาน “เทพทอง” จากท่านองคมนตรี นอกจากรายการนี้ก็มีอีก 2 รายการชื่อ The Camp และ 2 องศา สนุกกับงานจนรู้ตัวอีกที ก็ทำทุกอย่างทั้ง Creative ออกแบบ Production หลักคิดอย่างเดียวคือ ต้องสำเร็จ! ความภูมิใจอีกเรื่องคือ เป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับเลือกให้เล่นหนังของฮอลลีวูด เรื่อง Thirteen Lives สิบสามชีวิต ภารกิจกู้ภัย 13 ชีวิตที่ถ้ำหลวง รับบทเป็นนักข่าว ถ้ามีโอกาสก็อยากทำอีก
หลักคิดสู่ความสำเร็จในวัน…ที่งานพุ่งชน
“ผมแนะนำนักศึกษา รุ่นใหม่ ว่า 10 ปีแรกหลังเรียนจบ ไม่ควรคิดเลือกอยู่องค์กรสวยหรู สบาย แต่ควรไปอยู่ในองค์กรที่ได้พัฒนาตนเอง ขอให้คิดว่า 10 ปีแรกเป็นเวทีเรียนรู้ ลองของ ปล่อยของ ทดลองขีดความสามารถของตัวเอง หลังผ่านไป 20 ปีเริ่มเก่ง เริ่มคล่องแล้ว ก็อย่าเปลี่ยนเส้นทาง แต่ให้หันไปสอน ส่งต่อ ถ่ายทอด ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาให้กับคนรุ่นใหม่ และให้เวลากับครอบครัว ผมคิดว่า ตอนอายุขึ้นเลข 5 จนถึงช่วงเกษียณจะเป็นช่วงส่งไม้ต่อ”
“ช่วงชีวิตที่มีความสุข ต้องขอบคุณแม่ที่สนับสนุนให้เรียนปริญญาโท ที่คณะวารสารศาสตร์ฯ ถ้าไม่ได้เรียนที่นี่ก็คงไม่มีโอกาสเป็นอาจารย์ในวันนี้”
เป้าหมาย – ข้อคิดการอยู่ในวงการสื่อสารมวลชนอย่างยั่งยืน
ในวันที่อายุแตะเลข 4 คุณเต้ตั้งเป้าว่า จะไม่รับงานรายการสด แบบ routine อีกแล้ว ต้องออกจากบ้านตี 3 กลับบ้านเที่ยง บ่ายๆออกไปอ่านข่าวอีกช่องหนึ่ง กลับถึงบ้านตอนลูกหลับแล้ว ทำให้ไม่ได้เจอหน้าลูก เรื่องครอบครัวสำคัญมาก ตอนนี้การเงินนิ่งแล้ว เขายินดีเป็นผู้สอน ถึงจุดที่จะพัฒนาตนเองจนเก่ง ไม่เอาเปรียบใคร ทำให้ชื่อเสียงในวงการดี และมีความสุขในครอบครัว
“อยากให้เพื่อนๆในวงการคิดถึงชีวิตวันแรกที่จบมัธยม วันแรกหลังเรียนจบ อุดมการณ์ที่เคยมี กับ Content ที่ขายได้ อาจทำให้หลายคนทิ้งจุดยืนเดิมไป อาจไม่ได้มีคุณค่าที่สุด เพราะมันมีเรื่อง Rating, Follower แต่ถ้าพอหาทางที่พอดีได้ เพื่อรักษาอุดมการณ์ที่เคยมี อยากให้ลองย้ายกลับไปถามตัวเองว่า “ใช่มั๊ย?” ถ้าถามอาจได้คำตอบว่า “ต่างจากปัจจุบัน” อยากให้คำนึงถึงปัจจัย Public Interest แล้วเราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ต่างไปจากเดิมแน่นอน”
ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักสื่อสารมวลชน Multitasking มากความสามารถ มากทักษะ ศิษย์เก่า JCTU และอาจารย์วารสารฯคนดังที่เราภูมิใจ ขอบคุณที่เลือกมาแชร์ความรู้และประสบการณ์ให้ศิษย์ JC ที่ BJM ภาควิชาภาษาอังกฤษ ของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่รักของเรา
