#การบริหารการสื่อสาร คือ อะไร
“การบริหารการสื่อสาร เป็นสาขาที่ไม่ค่อยมีคนเรียน แต่ผมโชคดีที่ได้เข้ามาเรียนสาขานี้ สาขานี้มีจุดเน้น 2 ด้าน คือ บริหารการสื่อสารในองค์กร และการสื่อสารเพื่อการพัฒนา ให้ความสำคัญกับนโยบายการสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคน พัฒนาสังคม และพัฒนาประเทศ”
ดร.ตรี บุญเจือ เป็นผู้บริหารด้านนโยบายสื่อสารมวลชนอีกคนหนึ่งที่เลือกเรียนวิชาที่หลายคนอาจจะ งง ว่า เรียนไปแล้วจะไปทำอะไร คือ สาขาบริหารการสื่อสาร เป็นศิษย์เก่า JC36 ซึ่งบางวิชาลงเรียนเพียงคนเดียว และต้องเรียนกับอาจารย์ทุกท่านในสาขา ทำให้ได้ความรู้ วิธีคิด และหลักการเชิงนโยบายที่เป็นรากฐานการทำงาน และเมื่อจบแล้วได้ทำงานในระหว่างรอการจ้างเป็นผู้กำกับรายการสารคดี ที่ อสมท. ส่วนใหญ่ได้รับมอบหมายให้ทำสารคดีเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นงานที่ทำฟรี 1 ปี แต่มีเครดิตชื่อออกอากาศ และเขาก็รู้สึกว่า ไม่ค่อยตรงกับที่อยากจะทำเท่าใดนักจึงไปศึกษาต่อปริญญาโท ด้าน Communication Art ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมุ่งเน้นไปที่การสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน และมีส่วนร่วมโดยชุมชน โดยได้ไปเป็นอาสาสมัครในสถานีโทรทัศน์ชุมชน Channel 31 Melbourne ทำหลายหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ ช่างเดินไฟ ผู้ตรวจเนื้อหาก่อนออกอากาศ ผู้ควบคุมการออกอากาศ ฯลฯ
ตรี กลับจากออสเตรเลีย ในปี 2000 จากการพูดคุยแนวคิดเรื่องการพัฒนาระบบ โครงสร้างการสื่อสารของไทย เขาก็ได้รับการแนะนำจากรุ่นพี่ที่เป็นนักข่าวสายการเมือง และได้แนะนำให้เข้าพบกับคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานออกใบอนุญาตวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ในเวลานั้น ทำให้ได้เริ่มทำงานที่เขาสนใจ ในด้านการกำหนดนโยบายด้านการสื่อสารเพื่อให้เกิดการพัฒนาคนและสังคม โดยงานแรกก็เกี่ยวข้องกับความรู้ และประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากออสเตรเลีย ผนวกเข้ากับแนวคิดพื้นฐานจากคณะวารสารศาสตร์ เกี่ยวกับการส่งเสริมให้เกิดวิทยุชุมชนขึ้น ซึ่งเป็นข้อกำหนดหนึ่งในกระบวนการปฏิรูปสื่อ และทำงานที่กรมประชาสัมพันธ์รวม 10 ปี โดยได้นำแนวคิดเรื่องการจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์กับกลุ่มผู้ชม (Classification / Rate) มาใช้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก รวมถึง ดูแลสายงานนโยบาย หลักเกณฑ์ และการกำกับดูแลโทรทัศน์และวิทยุ และในช่วงนี้เองที่ ตรี ได้ไปเรียนต่อปริญญาเอก ด้านปรัชญาและจริยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
#ถนัดเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพคนพิการ
เริ่มจากผลงานสำคัญที่ ตรี ทำ คือ การร่วมทำนโยบายเกี่ยวกับวิทยุชุมชนในประเทศไทย การจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์กับกลุ่มผู้ชม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์กำหนดอักษร น รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ ท รายการสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ด รายการสำหรับเด็ก และ ฉ รายการเฉพะกลุ่ม และเมื่อมีการก่อตั้ง สำนักงาน กสทช. งานกำกับดูแล หรือ Regulator จึงถูกย้ายจาก กรมประชาสัมพันธ์ มาอยู่ที่ กสทช. ตรี จึงย้ายมาเริ่มทำงานที่ กสทช. เมื่อปี 2554 นับถึงปัจจุบัน รวม 12 ปี โดยปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์
ภารกิจหลัก ๆ ที่ทำ มีอยู่ด้วยกัน 4 ด้าน คือ 1) การเฝ้าระวังและกำกับดูแลการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ ที่ขับเคลื่อนผ่านการสร้างความร่วมมือ มี MoU ระหว่างสำนักงาน กสทช. กับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 2) การรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ 3) การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริโภคฯ สร้างเครือข่ายเพื่อให้เกิดการรวมตัวและมีกระบวนการมีส่วนร่วม และการขับเคลื่อนงานรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล (Media, Information and Digital Literacy: MIDL) โดยบริหารจัดการให้เกิดการสร้างหลักสูตรและการเรียน การสอน การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสื่อสารสาธารณะ สนับสนุนและกำกับรายการต่าง ๆ จนทำให้ สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานหนึ่งที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงงานด้าน MIDL 4) การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร โดยทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจัดทำประกาศ กสทช. กำหนดให้สถานีโทรทัศน์ดิจิทัลทีวี มีบริการสำหรับคนพิการที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ได้แก่ ล่ามภาษามือและคำบรรยายแทนเสียงสำหรับคนหูหนวก เสียงบรรยายภาพสำหรับคนตาบอด ด้วยเชื่อว่า ข้อมูลข่าวสารเป็นประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ในการทำงานมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และมีงานทางวิชาการรองรับ จึงขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย เซ็น MOU กับคณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง เสียงบรรยายภาพ ในการพัฒนาแนวคิด แนวทางการจัดทำบริการ รวมทั้ง การพัฒนาทักษะของผู้ผลิตรายการ นอกจากนั้น ตรี ยังบริหารจัดการงานให้เกิดการพัฒนาความรู้และทักษะของคนพิการให้เข้าใจถึงสิทธิของตนเอง รู้จักการใช้ประโยชน์จากการสื่อสารอย่างรู้เท่าทัน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงงานด้านต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
การขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ตรี ได้บริหารจัดการในหลายรูปแบบ ทั้งการสร้างความร่วมมือ การดำเนินการตามภารกิจหน้าที่ประจำ การจัดทำโครงการของสำนักงาน กสทช. ต่าง ๆ และก็ได้มีส่วนในการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ผ่านการให้ทุน (Strategic Grant) จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. เป็นส่วนหนึ่งในงานของ กสทช. เป็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละปี โดยเป็นคนเขียน TOR และเป็นประธานกำกับดูแล ตรวจรับงาน
ตรี ฝากให้ติดตามรายการเชิงยุทธศาสตร์ที่ได้รับทุนจาก กทปส. ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สื่อกับความหลากหลายของคนในสังคม การผลิตรายการ ความเข้าใจพหุวัฒนธรรม ได้แก่ รายการวาดหวัง และรายการ SomeOne หนึ่งในหลาย นอกจากนี้ยังมี รายการสื่อยอดนักสืบ ซึ่งเป็นรายการ Quiz Show ให้คนพิการ คนตาบอด คนหูหนวก ได้แสดงศักยภาพ และแข่งขันการตอบปัญหาเกี่ยวกับ MIDL ออกอากาศทางช่อง MCOT HD หมายเลข 30 ในวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 11.00 น. และมีรายการกระต่ายตื่นรู้ ที่มุ่งเน้นสร้างเข้าใจ ความรู้เท่าทันให้กับประชาชนในประเด็นเฉพาะที่สำคัญเกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่อาจทำให้คนเข้าใจผิด เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มักอวดอ้างสรรพคุณว่ารักษาโรคได้ ทั้งที่จริงเป็นอาหาร หรือยาที่ไม่สามารถโฆษณาได้ว่ารักษาโรคร้ายแรง รักษาโรคได้หายขาด หรือรักษาโรคได้ครอบจักรวาล เป็นต้น โดยแต่ละรายการสามารถรับชมย้อนหลังได้ในช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งเราจะได้เห็นตรี เป็น Commentator ในรายการ หรือร่วมให้ความรู้ สร้างการรู้เท่าทันสื่อ และปรากฏตัวในสื่ออยู่เนือง ๆ
นอกจากนี้ ยังร่วมทำงานกับหน่วยงานอื่น เช่น เป็นกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ เป็นกรรมการคณะวารสารศาสตร์ฯ ในช่วงหนึ่ง และยังคงเป็นอนุกรรมการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมทั้ง มีส่วนร่วมในการเป็นคณะทำงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงการ รวมถึงคณะทำงานติดตามโครงการ เพื่อร่วมกับผู้รับทุนในการพัฒนาการทำงานที่ได้รับทุนเกิดประโยชน์ในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์อย่างแท้จริง โดยบางปีก็เป็นประธาน บางปีเป็นคณะทำงาน
สำหรับเรื่องร้องเรียนครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องเนื้อหารายการไม่เหมาะสมบ้าง ผิดกฎหมายบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับพฤติกรรมและความรุนแรง เรื่องทางเพศ ภาษาไม่หมาะสม ส่วนอึกครึ่งหนึ่ง เป็นเรื่องการให้บริการ เช่น การสมัครสมาชิกทีวีดาวเทียม แล้วไม่ได้ให้บริการตามเงื่อนไข ตามสัญญา หรือมีการคิดค่าบริการผิดพลาด การมีข้อพิพาทต่าง ๆ ซึ่ง ทาง กสทช. มีอำนาจทางปกครองในการตักเตือน สั่งระงับการกระทำ ไปจนถึงการพักใช้ / เพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ มีมิติการทำงานด้านกฎหมายด้วย ทำให้ตรีต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจในทางนิติศาสตร์เพิ่มเติมด้วย
ดร.ตรี บุญเจือ นักบริหารนโยบายและการกำกับดูแลการสื่อสารที่ให้ความสำคัญกับสิทธิของคนทุกคน รวมถึงคนพิการมาอย่างต่อเนื่อง และภูมิใจที่ได้ใช้วิชาชีพเพื่อพัฒนาคน พัฒนาสังคม และประเทศ ดังที่ตั้งใจไว้
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจขแงพวกเราชาววารสารศาสตร์ฯ
