JC UPDATE
กว่า 30 ปีที่อยู่กับข่าว
ของ นพพร วงศ์อนันต์
นพพร วงศ์อนันต์ หรือ หนุ่ม เอกหนังสือพิมพ์ รหัสเข้า JC30 เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต รุ่น 2 ตอนอยู่ปี 4 มีโอกาสฝึกงานที่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ The Nation หลังจากจบปริญญาตรีแล้ว ก็ได้เริ่มงานที่ The Nation เป็นที่แรก เป็นนักข่าวสายการเมือง กระทรวงมหาดไทย แต่เขียนข่าวเป็นภาษาไทย การส่งข่าวยังต้องโทรหยอดเหรียญ มีพนักงานรับข่าวที่ปลายสาย และแปลข่าวเป็นภาษาอังกฤษ เวลามีข่าวด่วน ก็ใช้แพคลิ้งค์เรียกไปทำข่าว
หลังจากนั้นก็ไปหาประสบการณ์ใหม่ที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ อยู่ได้ 3 ปี ดูข่าวสายรัฐสภา พร้อมกับจัดรายการวิทยุของช่องข่าวเอฟเอ็มแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ ยังรับงานแปลข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย สัปดาห์ละ 3 วัน
หนุ่ม พูดถึงเสน่ห์ของงานข่าวให้เราฟังว่า “สิ่งที่สร้างความประทับใจในงานข่าว คือ คนข่าวเป็นคนแรกที่เขียนประวัติศาสตร์ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้คนรับรู้ เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถเล่าต่อได้ และมีความน่าเชื่อถือ”
#StaffReoorter คนไทยรายแรก ของ นสพ. เอเชียน วอลสตรีท เจอนัล ประจำประเทศไทย
ในช่วงปี 2538 เศรษฐกิจไทยเฟื่องฟูมาก ได้รับการขนานนามว่าเป็นเสือตัวที่ 5 ของอาเซียน Wall Street Journal หนังสือพิมพ์รายวันแนวธุรกิจที่ได้รับความน่าเชื่อถือในแวดวงการเงินของสหรัฐฯ เห็นโอกาส จึงเข้ามาขยายตลาดยอดขายหนังสือพิมพ์ฉบับเอเชียในนาม Asian Wall Street Journal จัดพิมพ์และจำหน่ายในประเทศไทย พร้อมจ้างหนุ่มให้เป็น Staff Reporter คนไทยคนแรก เสริมทัพผู้สื่อข่าวชาวตะวันตกที่ถูกส่งมารายงานข่าวเกี่ยวกับประเทศไทย
ด้วยประสบการณ์ทำงานกับหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสหรัฐฯ หนุ่มได้รับทุนการศึกษาให้ไปเรียนต่อปริญญาโทสาขานโยบายสาธารณะระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ในกรุงวอชิงตันดีซี เป็นหลักสูตร 1 ปี สำหรับผู้ที่มีทักษะทางวิชาชีพแล้วต้องการเรียนเพื่อเพิ่มความรู้ ไม่เพียงได้ความรู้จากการเรียนปริญญาโทเท่านั้น แต่ หนุ่ม ยังมีโอกาสได้ไปฝึกงานกับทีมงานของประธานกรรมาธิการต่างประเทศ ของวุฒิสภา สหรัฐฯ เป็นการเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับเอเชียให้กับประธานกรรมาธิการต่างประเทศ
#11ปีที่สำนักข่าวรอยเตอร์
หลังกลับจากสหรัฐฯ เขาได้ร่วมงานกับสำนักข่าวการเงินของสหรัฐฯ ในไทยเป็นเวลา 1 ปี ก่อนมาร่วมงานกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ของอังกฤษ อยู่เป็นเวลารวม 11 ปี ในสายข่าวที่หลากหลายทั้งในไทย และสิงคโปร์
ในช่วง 9 ปีแรก เขาเริ่มจากการเป็นผู้สื่อข่าวสายพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ข้าว น้ำตาล ยางพารา เป็นสินค้าที่มีการซื้อขายล่วงหน้า ต่อมาได้มาดูแลข่าวการเมือง ได้ทำข่าวช่วงก่อนรัฐประหาร รัฐประหาร และหลังรัฐประหาร ในปี 2549 และย้ายไปเป็นนักข่าว ที่รอยเตอร์ สิงคโปร์ อีก 2 ปี ช่วงที่สนุกและได้ประสบการณ์อย่างมากคือ การรายงานข่าวความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ การทำข่าวยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การรายงานข่าวรัฐประหารของ พล.อ.สนธิ บุุญยรัตกลิน และการไปทำข่าวที่เกาหลีเหนือ ปี 2548
ขณะนั้น รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องการให้ไทยเข้าไปมีส่วนร่วมกับ 6 ชาติที่กำลังเจรจายุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือพยายามมีไว้ครอบครอง รัฐบาลไทยจึงส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมกระบวนการ ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์ และเกียวโดขอออกเงินส่งผู้สื่อข่าวไปร่วมทำข่าว และสังเกตุการณ์กับคณะของทางการไทย ทำให้ หนุ่ม มีโอกาสรายงานข่าวใหญ่ของโลกในขณะนั้น
การไปทำข่าวที่เกาหลีเหนือ เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตา ตื่นใจ มีความเป็นนานาชาติมาก เพราะทำให้เห็นถึง สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่ปกครองโดยระบบคอมมิวนิสต์ มีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจน คนรวย ความเชื่อของคนที่ถูกครอบงำ เชื่อผู้นำเพียงคนเดียว ให้เชื่อในสิ่งที่ผู้นำบอก ความยากจนมีให้เห็นทุกที่ ตัดกับภาพการใช้จ่ายของรัฐที่ทุ่มลงไปเพื่อสร้างภาพลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของประเทศ ภาพของประชาชนทั่วไปที่อยู่ในแฟลตที่มืดสนิท ถนนหนทางที่ไร้ไฟ ช่างขัดแย้งกับแสงสีเสียงที่อลังการในสนามกีฬาแห่งชาติ
#การทำข่าวยุค5Gสะดวกสบายกว่า
เมื่อเปรียบเทียบการทำข่าวในสมัยแรกที่จบมาใหม่ๆ กับปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปมาก หนุ่ม มองว่า การทำข่าวยุคปัจจุบันทำได้สะดวกสบายกว่า ยุคสมัยหนึ่ง นักข่าวจะแข่งกันหาข่าว แล้วมักจะมีคำพูดว่า “พบกันบนแผง” นั่นหมายความว่า แต่ละสื่อ หรือสำนักพิมพ์ ต้องไปขุดคุ้ย เจาะข่าวที่เป็น Exclusive ให้มากที่สุด แม้มีการแบ่งปันข่าวให้กันอยู่บ้าง
แต่เมื่อโลกมาถึงยุค 5G แม้จะมีจำนวนสื่อมากขึ้น แต่เรากลับเห็นข่าวที่แตกต่างหลากหลายน้อยลง ซึ่งตรงข้ามกับที่เราเคยเข้าใจว่า จำนวนสื่อที่มากขึ้น ควรจะมีความแตกต่าง หลากหลายมากขึ้น แต่ยุคนี้ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น!
ข้อเสนอแนะ คือ สื่อที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็ควรจะเสนอมุมองที่หลากหลายมากขึ้นได้ สื่อจะเสนออย่างไรให้คนสนใจ ไม่จำเป็นต้องใช้สื่อ 40-50 คนไปหาแหล่งข่าว แหล่งเดียว นักข่าวสามารถหาแง่มุมอื่นมานำเสนอให้ต่างออกไปจากสิ่งที่คนกำลังพูดกันอยู่ได้หรือไม่ Content ที่น่าสนใจก็มีหลายเรื่อง เช่น อากาศ ฝุ่น PM 2.5 สื่อควรจะตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจเพื่อแก้ปัญหาอย่างไร หรือบริษัทเอกชนที่มีส่วนเป็นต้นเหตุเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ทว่าการตั้งคำถามทำนองนี้อาจส่งผลต่อโฆษณาจากบริษัทเหล่านั้นหรือไม่ คำถามก็จะกลับมาที่เรื่องระหว่างจรรยาบรรณและความอยู่รอดของสื่อที่มาจากการโฆษณา!
จากรอยเตอร์ หนุ่ม ได้ไปทำงานด้านสื่อสารขององค์กรระหว่างประเทศด้านเด็ก ชื่อ Plan International เป็น Regional Media Specialist ดูแลความสัมพันธ์กับสื่อในภูมิภาคเอเชีย 12 ประเทศ มีสำนักงานประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้น ได้มาเป็น บรรณาธิการก่อตั้งนิตยสาร Forbes Thailand ในเครือบางกอกโพสต์ ซึ่งเป็นยุคที่เครือบางกอกโพสต์ยังซื้อลิขสิทธิ์นิตยสารต่างประเทศมาทำเป็นภาษาไทย
กว่าสองปีเศษที่ปลุกปั้นนิตยสารฉบับนี้ให้ผงาดบนแผนหนังสือ หนุ่มบอกว่าผลงานที่ภูมิใจที่สุด คือ การนำ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ พร้อมบุตรชายทั้งสามคนมาขึ้นปกนิตยสารเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว
หลังจากนั้น เขาย้ายไปเป็นรองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ซึ่งก็อยู่ได้ประมาณ 1 ปีเศษ ก่อนย้ายมาเป็นบรรณาธิการแผนกภาษาไทยของบีบีซีในอังกฤษ
#BBCไทยในลอนดอน
ความภูมิใจในการทำข่าวของอาชีพนักข่าว คือ การได้ไปเปิดโลกการทำงานในต่างประเทศ หนุ่ม ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารข่าวให้กับ BBC ลอนดอน นับเป็นองค์กรข่าวระดับโลกที่ หนุ่ม ได้ไปสัมผัส รับผิดชอบงานข่าวภาคภาษาไทยซึ่งเป็น 1 ใน 42 ภาษาของ BBC World Service เขาประสานทีมงานในกทม. และลอนดอนให้นำเสนอเรื่องราวข่าวสารให้แก่ผู้อ่าน ผู้ชมชาวไทย โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่สามารถหาได้จากสื่อไทยทั่วไป
#ข้อคิดถึงวารสารรุ่นน้อง
ปัจจุบันทุกคนเป็นสื่อได้หมด มีโทรศัพท์เครื่องเดียวก็นำเสนอ “content” สู่สาธารณะได้ แต่คนจำนวนมากยังเลือกบริโภคข่าวสารจากสื่อกระแสหลักมากกว่า ก็เพราะ หลักการ กติกา แนวทางการทำงาน และจรรยาบรรณในวิชาชีพ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ผู้ผลิตเนื้อหาทางโลกโซเชียล อาจไม่ได้คำนึงมากนัก ดังนั้นผู้จบด้านวารสารศาสตร์จึงควรคำนึงถืง เรื่องเหล่านี้ เราจะรักษาการรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องให้กับผู้ฟัง ผู้ดูได้อย่างไร
ในยุคที่เส้นแบ่งระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุเลือนหายไป นักวิชาชีพวารสารศาสตร์รุ่นใหม่ ต้องมีมีทักษะที่หลากหลายขึ้น ทั้งเขียนข่าว ถ่ายภาพ ตัดต่อได้ กรอบแนวคิดในความเป็นสื่อต้องเป็นสื่อที่น่าเชื่อถือ การเป็นสื่อมวลชนต้องนำเสนอสิ่งที่ถูกต้อง เป็นจริง และเปิดเผยให้กับประชาชน หน้าที่หนึ่งของสื่อมวลชนคือ เป็นหมาเฝ้าบ้าน ต้อง “เห่า” ในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง นำความจริงมาบอกต่อประชาชน
นพพร วงศ์อนันต์ หรือ หนุ่ม ยังคงรักในวิชาชีพสื่อมวลชนตลอดกว่า 30 ปีที่ทำมา เพราะงานข่าวมีความขลังในตัวเอง เขายังคงไม่หยุดนิ่งในการทำข่าวค้นหาความจริงมานำเสนอต่อประชาชนต่อไป
พวกเราขอเป็นกำลังใจให้ศิษย์เก่า JCTU คนเก่งได้ก้าวไปสร้างชื่อเสียงในวงการ World News ต่อไป
#ศิษย์JCTUที่เราภูมิใจ#JCTU#JCUPDATE#JCTUAlumni#JC30#ผู้บริหารข่าว#BBCTHAI
