ศิษย์เก่า JC สาขาวิทยุโทรทัศน์ หนุ่มใหญ่ วัย 45 ปี ที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายในชีวิตอะไรมากนัก แต่มีจังหวะชีวิตที่เคลื่อนที่ไปตามตัวโน้ตเพลงที่มีเสียงต่ำ เสียงสูง ชีวิตของเม้ง ก็เป็นเช่นนั้น หลังจบจากรั้วธรรมศาสตร์ เขาก็ตกงานทันที เพราะเป็นช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2540
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกห่อเหี่ยวแต่อย่างใด แต่กลับมีมุมคิดบวกมากกว่ามุมลบ เขามองหาโอกาสที่จะฝึกฝนตัวเองให้เข้มแข็ง และแข็งแกร่งขึ้นแม้จะเป็นงานเล็กๆ ที่ทำฟรีก็ตาม โดยการไปเป็นพิธีกรที่สวนสัตว์ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และนั่นเป็นก้าวแรกที่ทำให้เขามีทักษะในการกล้าพูดบนเวที กล้าที่จะพูดต่อหน้าชุมชน และมีคนฟังเขา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ติดตัวเขามาจนทุกวันนี้
นอกจากการเป็นพิธีกรแล้ว เขายังได้แจมอยู่ในสายดนตรี โดยเป็นมือกลองกับวงของเพื่อนๆ อยู่พักหนึ่ง และได้สัมผัสความเป็นสื่อมวลชนในฐานะ Co-producer freelance ของทีวีสาธารณะ หรือ ITV ในยุคนั้น (ปัจจุบันคือ สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS ) และตามมาด้วยการทำรายการ Channel V Thailand ซึ่งเป็นงานที่เขาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และเป็นความภูมิใจที่ได้สอนน้องๆ ในทีมให้เติบโตขึ้นในสายงานนี้ หลังจากนั้นก็ยังคงวนเวียนในสายงานครีเอทีฟ เป็นนักพากย์สารคดี เป็นฝ่ายสื่อสารการตลาดของ Dtac และผู้จัดการโครงการของ GMM Grammy จนปัจจุบันเป็น Vice President ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ฝ่าย Special Project และ HR (Engagement)
เมื่อถามถึงหลักคิดที่ทำให้งานทุกชิ้นประสบความสำเร็จต้องทำอย่างไร เม้งไม่ รีรอที่จะเล่าให้เราฟัง เขาบอกว่า “หนึ่ง เราต้องเข้าใจโจทย์ (Objective) ของงานนั้นๆ แล้วมาดูว่า…ความสามารถในตัวเราจะเข้าไปทำอะไรได้บ้าง นั่นหมายความว่า…เราต้องเข้าใจและประเมินความสามารถของตัวเองด้วย สอง เรียนรู้ สร้างคุณค่า(Value) และสร้างแบรนด์ (Branding) ให้ตัวเองซึ่งคุณค่า และแบรนด์ของเราจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อ…มันสามารถไปสร้างประโยชน์ให้กับงาน องค์กร เพื่อนร่วมงานของเรา เรื่องนี้ต้องขอบคุณหัวหน้าเก่าผม ชื่อพี่ป๋อง สมัยตอนอยู่ dtac เพราะแกพร่ำพูดและสอนทุกครั้งตอนประชุมทีม และสาม สนุกกับทุกงาน…ผมไม่ใช่คนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อะไรคือ Passion ของเราแบบ 100% แต่ Focus กับสิ่งที่เราสร้างและกำหนดเองได้คือ…สร้างความสนุก อยากทำ อยากลุยในทุกๆงาน และสำคัญมากๆคือ…เราต้องส่งพลังงานความสนุกนั้นไปให้กับผู้ร่วมงานของเราให้ได้ด้วย”
แม้ปัจจุบัน เม้งจะทำงานแบ๊งค์ และได้ใช้วิชาที่เรียนมาในสายอาชีพในช่วงสั้นๆ แต่นั่นก็เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่อัดแน่นในช่วงหนุ่มๆ ทำให้เขามีมุมมองที่ต่างออกไป และไม่ทำให้ตัวเองเศร้าสร้อยไปกับสถานการณ์โควิดในยามนี้ แต่เขาพยายามสร้างความสุขให้กับตัวเองที่ไม่เหมือนคนอื่น คือ การใส่นาฬิกา 2 ข้างเพราะมันแปลก และเท่ห์กว่าใส่ข้างเดียว จากการที่แอบไปเห็นดิเอโก มาราโดน่า อดีตนักเตะที่ล่วงลับไปแล้ว สวมใส่นาฬิกา 2 ข้าง
เมื่อถามว่า มาถึงตอนนี้ ได้ทำอะไรตามที่ฝันหรือยัง ถ้าเป้นฝันระยะสั้น เขาอยากดูแลแม่ให้ดีที่สุด และตายหลังแม่ผู้มีพระคุณ และฝันระยะยาว หลังเกษียณ DNA ของคนธรรมศาสตร์คือ อยากทำอะไรเพื่อสังคม หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กร หน่วยงานที่ไหนก็ได้ ด้วยความที่เม้งเป็นคนที่มีพลังบวกในตัวเองมาก เขาจึงหวังว่า จะได้ใช้ประโยชน์จากความเป็นลูกจ้างมืออาชีพของเขาเข้าไปแก้ปัญหาให้องค์กรบ้าง และมีเวลาสัก 2-3 วันไปเล่นดนตรีบ้าง คงจะทำให้ชีวิตสนุกสนานมากเลยทีเดียว
เม้ง-นุวัต ไวฑูรเกียรติ ทิ้งท้ายถึงพี่น้องชาว JC เป็นกลอนแบบฮาๆ ว่า
“ลุย และสนุกให้สุดไปตามวัย…
ใช้จินตนาการอย่างสร้างสรรค์
อ๊ะๆ แต่อย่าลืมรักษา Connection…
จงมีความฝัน และกตัญญูเอย”
(หมายถึงกตัญญูกับพ่อ-แม่ และทุกคนที่ช่วยเหลือเรา)
ชีวิตเหมือนตัวโน้ตเคลื่อนที่ : นุวัต ไวฑูรเกียรติ
