JC UPDATE
วิกันดา ยงทิวเจริญสุข
เจ้าของกิจการเคสหิน SOCOLA.CASE
นักจิตบำบัดในคราบแม่ค้าสายมู
“ชีวิตหักมุมตลอด” คือคำนิยามของ วิกันดา ยงทิวเจริญสุข หรือ “วิว” ศิษย์เก่าวารสารรุ่น JC 51 จากสาวน้อยที่มุ่งมั่นว่าชีวิตนี้ฉันจะต้องเป็นนักกฎหมายให้ได้ ดังนั้นทุกช่วงเวลาในวัยเรียนมัธยมจึงหมดไปกับการขยันท่องตำราด้านกฎหมาย มุ่งมั่นสมัครเป็นตัวแทนของโรงเรียนมาแตร์ เดอี ลงเวทีแข่งขันตอบคำถามเรื่องข้อบทกฎหมายเพื่อชิงถ้วยรางวัลต่าง ๆ มากมาย แต่เมื่อถึงบทที่จะสอบเข้าเรียนปริญญาตรี วิวกลับหักมุมชีวิตเลือกเรียนคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิทยุและโทรทัศน์ ด้วยเหตุผลว่า “ เรียนวารสารแล้วไม่ต้องอ่านหนังสือ ไม่เครียดเหมือนเรียนนิติฯ”
ในปีสุดท้ายที่เรียนคณะวารสารฯ วิวได้ฝึกงานตำแหน่งครีเอทีฟที่ Vergin Hitz 95.5 FM โดยทำหน้าที่เป็น Copy Writer เขียนคอนเทนต์ด้านงานโฆษณาสินค้า เพราะความที่เป็นคนพูดเก่ง คล่องแคล่ว ทางผู้บริหารของ Vergin Hitz จึงทาบทามให้วิวมาทำงานด้วย
“ตอนนั้นฝันอยากเป็นดีเจมากเลยค่ะเพราะเราเป็นคนช่างพูด” แต่ชีวิตของวิวก็ไปไม่ถึงความฝันเพราะมีความจำเป็นต้องกลับไปช่วยธุรกิจของครอบครัวเสียก่อน จากวันนั้นถึงวันนี้ วิว-วิกันดา ยงทิวเจริญสุข ยังไม่เคยได้กลับมาเดินในเส้นทางของนักสื่อสารมวลชนตามที่ได้ร่ำเรียนมาเลย
หลังจบจากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิวมีความจำเป็นต้องกลับไปช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัว แต่เพราะมาจากครอบครัวใหญ่ที่สอนให้ลูกขยัน วิวกับแฟนจึงจับมือกันมองหาธุรกิจเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง
“แฟนวิวจบสถาปัตย์มีหัวทางด้านศิลปะ ส่วนวิวชอบทำธุรกิจอยู่แล้ว เราสองคนจึงมาคิดว่าจะทำอะไรดีที่สร้างงานศิลปะให้กลายเป็นเงินได้”
ในช่วงแรกของการค้นหาแนวทางของตัวเองนั้น วิวเล่าว่าได้ผลิตสินค้าแนว “ทำมือ”ที่ใช้งานศิลปะเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักออกมาขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวาดรูปใบหน้าคนลงกระดาษห่อของขวัญ ทำเเสตนดี้ ทำปากกาไม้ กระเป๋าหนังทำมือ และ สกรีนเสื้อยืดขาย การค้าบากบั่นล้มลุกคลุกคลานมาตลอด
“มีอยู่วันหนึ่งวิวไปเที่ยวเยอรมันกับครอบครัว แล้วบังเอิญไปเจอหินนำโชคที่สวยถูกใจมาก วิวกับแฟนจึงซื้อหินนั้นกลับบ้าน แล้วมาคิดกันว่าจะทำอะไรกับหินนำโชคดี”
ตลาดหินนำโชคส่วนมากนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ แต่วิวต้องการสร้างความแตกต่างของสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันสูง ในที่สุดจึงมาลงตัวที่ “เคสมือถือหินนำโชค”
“ตอนที่คิดนั้นก็มองหาไอเดียทั้งกูเกิลและpinterest จนได้ข้อสรุปว่ามนุษย์ทุกคนต้องอาศัยสายมูอยู่แล้วจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบุคคล และในที่สุดไปลงตัวที่เคสมือถือเพราะคิดว่ามือถือกลายเป็นปัจจัยที่ 6 ของมนุษย์ยุคโซเชียลไปแล้วที่ทุกคนจะต้องนำติดตัวไปตลอด เคสมือถือมีข้อได้เปรียบกว่ากำไลข้อมือหรือสร้อยคอ พอเราทำเคสขึ้นมาแล้วติดหินนำโชคเข้าไป ก็จะได้มูได้ตลอดเวลาค่ะ”
วิวตั้งชื่อแบรนด์เคสมือถือหินนำโชค ว่า SOCOLA.CASE เป็นเคสมือถือที่ออกแบบและทำด้วยมือทุกชิ้นตั้งแต่วาดลวดลาย เจียระไนหิน ดังนั้นเคสทุกอันจึงมีลวดลายที่แตกต่างกัน กลายเป็นเคสที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลที่ใครได้เป็นเจ้าของจะต้องภาคภูมิใจ
เคสมือถือสายมูของวิวนั้นวางตลาดครั้งแรกเพียง 5 ชิ้นเท่านั้นและขายกันในหมู่เพื่อนฝูงที่รู้จัก แต่บังเอิญว่าหนึ่งในเพื่อนของเธอคือดาราชื่อดัง เบลล่า –ราณี แคมเปน เพื่อนวารสารรุ่น JC51 ที่ซื้อเคสสายมูของวิวไปใช้และโพสต์ใน Instagram ความดังของเบลล่าประกอบกับความสวยงามและความแปลกใหม่ของเคสส่งผลให้ดาราหลายคนตามมาสั่งทำเคสกับวิว จนเป็นที่เลื่องลือว่า SOCOLA.CASE เป็นเคสมือถือที่เหล่าดาราชอบใช้ อาทิ ญาญ่าหญิง , อั้ม-พัชราภา, คิมเบอร์รี่ ,เจมส์จิ ฯลฯ. ดังขนาดสื่อหลายรายติดต่อขอสัมภาษณ์ที่มาของสินค้าแปลกใหม่จากวิว
เคสมือถือหินนำโชค SOCOLA.CASE นอกจากจุดเด่นคือเป็นเคสที่ออกแบบแนวศิลปะที่สวยงามที่มีเพียงชิ้นเดียวไม่มีใครเหมือนแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่ยังชอบเนื่องจากความเชื่อเรื่องหินนำโชคอีกด้วย ลูกค้าหลายคนซื้อไปแล้วประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน บางคนถูกล็อตเอร์รี่ได้โชคลาภก้อนใหญ่ บางคนก็สมหวังในเรื่องความรัก เรื่องเหล่านี้ลือกันจากปากต่อปากยิ่งทำให้เคสหินนำโชค SOCOLA.CASE กลายเป็นเครื่องรางของขลังที่ทุกคนอยากได้ไว้เป็นเจ้าของและทุกคนก็ฝากความหวังไว้ว่าเมื่อได้ครอบครองแล้วจะเกิดอภินิหารขึ้นกับตนเอง
เมื่อถามเรื่องความเชื่อเหล่านี้วิวตอบว่า “ ตัวเราขายแล้วเราต้องมีความเชื่อก่อน โดยส่วนตัวแล้ววิวเชื่อว่าหินนำโชคจะมีพลังในตัวของมันเอง
ส่วนลูกค้าที่ซื้อไปใช้เขาก็ต้องเชื่อด้วยเช่นกัน”
ถ้าตอบในทางวิทยาศาสตร์นั้น “หินนำโชค” ก็คือแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ดินมีการสะสมพลังงานต่าง ๆ ในตัวเองผ่านกาลเวลานับพันปีก่อให้เกิดความหลากหลายของพลังงาน ทั้งชนิด รูปทรง สีสัน และคุณสมบัติเฉพาะตัว ความเชื่อเรื่องพลังของหินนำโชคถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่มีมาตั้งแต่โบราณแล้วจึงมีคนนิยมนำหินเหล่านี้มาเป็นเครื่องประดับโดยเชื่อว่าพลังงานที่ซ่อนเร้นในหินสามารถคุ้มครองหรือปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้
ใน IG : SOCOLA.CASE นั้นมีลูกค้าที่ซื้อเคสของวิวไปใช้แล้วหลายคนกลับเข้ามาคอมเม้นต์ใน IG ถึงพลังของหินนำโชคช่วยให้ประสบความสำเร็จในหลาย ๆ เรื่อง ความรักสมหวังได้แต่งงาน , ถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่ 2 , ตั้งแต่ครอบครองเคสแล้วการค้าดีขึ้น ฯลฯ.
แม้ว่าธุรกิจของวิวนอกจากจะขายความสวยงามของศิลปะการออกแบบแล้วยังผูกไว้กับความเชื่อและศรัทธาของลูกค้าที่มีต่อเรื่องหินนำโชคด้วย ลูกค้าเชื่อถึงขนาดว่าครั้งหนึ่งวิวออกเคสมือถือหินนำโชครุ่น Limited จำนวน 399 ชิ้นเปิดให้ลูกค้าจองทาง IG ปรากฏว่า ลูกค้า F สินค้าหมดภายใน 1 นาทีเท่านั้น ของเค้าแรงจริง ๆ
“ทุกวันนี้แม้วิวจะไม่ได้อยู่ในสายสื่อสารมวลชนแต่ก็ยึดจรรยาบรรณของวารสารคือต้องซื่อสัตย์ เสนอทุกอย่างจากข้อเท็จจริง วิวมาทางสายมูก็จริง แต่ไม่เคยบอกลูกค้าว่าซื้อเคสหินนำโชคไปแล้วจะรวย จะถูกล็อตเตอร์รี่ เราจะย้ำเสมอว่าทุกอย่างเกิดจากความเชื่ออย่างมีสติอย่างมงาย ลูกค้าซื้อไปเคสไปแล้วไม่ใช่เอาไปนอนกอดนะคะ ต้องทำงานถึงจะได้เงิน”
การจะได้ครอบครองเคสมือถือหินนำโชคของ SOCOLA.CASE นั้นจะต้องสั่งจองโดยตรงทาง IG เท่านั้น โดยต้องระบุว่ามีปัญหาอะไรที่ต้องการแก้ไขบ้าง ซึ่งหินนำโชคมีอยู่มากมายหลากหลายชนิด ที่จะช่วยเสริมดวงทางด้านต่าง ๆ แตกต่างกันไป ตามความเชื่อเรื่องโชคลาง และดวงชะตา โดยวิวจึงจะใช้ศาสตร์โบราณมาแนะนำให้ลูกค้าควรใช้หินชนิดไหนบ้างที่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้
“ ขายของสายมูจะต้องเจอกับคนป่วยทางจิตเยอะมาก” วิว เกริ่นออกมาอย่างหนักใจกับปัญหาที่เธอพบเห็นทุก ๆ วัน เธอกล่าวว่าปัญหาที่ลูกค้ามาปรึกษาเป็นอันดับหนึ่งคือเรื่อง “ความรัก” ทั้งเรื่องถูกแฟนทิ้ง รักไม่สมหวัง สิ่งที่เธอทำได้คือการปลอบใจ ให้ลูกค้าเชื่อใจ และให้กำลังใจลุกขึ้นสู้หันกลับมารักพ่อแม่และรักตัวเองให้มาก สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้ลูกค้าคลายกังวลและกลับไว้วางใจวิว จนกลายมาเป็นเพื่อนที่ต้องโทรมาคุยปรับทุกข์อยู่เสมอ
“ เพราะวิวเป็นคนเข้าวัดและชอบสวดมนต์ จึงชอบแนะนำให้ลูกค้าที่มีปัญหาเน้นเรื่องทำใจ รักตัวเองและไปทำบุญที่วัด สวดมนต์ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรจะทำและเป็นสิ่งที่ไม่ต้องใช้เงินมากมายอะไรในการแก้ปัญหา”
แม้จะเป็น “นักจิตบำบัด-จิตอาสา” จนสามารถช่วยให้ลูกค้าพ้นจากความโศกเศร้าไปหลายราย แต่วิวก็ยอมรับว่าตั้งแต่ทำหน้าที่นี้มา 7 ปี มีเลูกค้าที่ไม่สามารถช่วยได้คือลูกค้าที่เป็นโรคซึมเศร้ารายหนัก ๆ ถึงขนาดอยากฆ่าตัวตาย ซึ่งถ้าเจอลูกค้าเป็นโรคนี้ก็มักจะแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์เพราะโรคนี้เป็นอาการของสมองที่มีปัญหาจะต้องให้แพทย์จ่ายยากินควบคู่ไปกับการรักษาทางจิต
“วิวคิดเสมอว่าตัวเราเองเหมือนนักจิตบำบัด ไม่ได้คิดแต่จะขายของเพื่อให้ได้เงินเยอะ แต่วิวคิดว่าเราควรช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าเพื่อให้เขาคลายทุกข์ไปด้วย”
“เดิมก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาทางสายมู แต่เพราะเป็นคนเข้าวัดและชอบช่วยเหลือหมาแมวมาก่อน พอดีจังหวะที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสายมูจึงเริ่มเชื่อและเอาดีทางด้านนี้ แต่วิวไม่คิดจะกอบโกยอย่างเดียว เราได้รับแล้วก็ต้องคืนให้สังคมด้วย” วิว-วิกันดา กล่าวถึงเหตุผลที่เธอเดินมาทางสายบุญควบคู่กับสายมู
ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจเคสมือถือหินนำโชคมานั้นเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วิวบอกว่าบาทแรกของรายได้เธอนำไปดูแลพ่อแม่ที่เริ่มจะมีอายุมากแล้ว ด้วยเหตุผลว่า”พ่อแม่ก็เหมือนพระในบ้านต้องทำบุญกับคนใกล้ตัวก่อน จากนั้นค่อยกระจายไปสู่คนนอกครอบครัว”
ทุกวันนี้วิวจะนำเงินได้ประมาณ 20-30 % ของรายได้ทุกเดือนเพื่อไปทำบุญ โดยเงินส่วนนี้มีนโยบายชัดเจนที่จะทำบุญใน 3 กลุ่มหลักคือ
1 ช่วยเหลือสุนัขและแมวจรที่บาดเจ็บ เหตุผลเพราะวิวเป็นคนรักสัตว์มาตั้งแต่เล็กแล้ว และคอยให้ความช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บหรือสัตว์จรที่ไม่มีเจ้าของอยู่ตลอด จนสื่อมวลชนตั้งฉายาให้เธอว่า “นางฟ้าของสัตว์โลกตัวน้อย”
2 ทนุบำรุงวัด เพราะส่วนหนึ่งธุรกิจสายมูต้องเกี่ยวของกับวัตถุมงคลที่นำมาจากวัด วิวจึงมีความคิดว่าต้องนำเงินส่วนหนึ่งถวายกลับไปช่วยทำนุบำรุงวัดด้วย ล่าสุดวิวบริจาคเงิน 2 แสนบาทให้แก่สำนักสงฆ์ที่จังหวัดลำปาง เพื่อสร้างห้องน้ำอำนวยความสะดวกให้กับญาติโยมที่มาทำบุญ และมีโครงการจะสร้างถนนเพื่อให้คนแก่ที่มาทำบุญที่วัดสามารถเพื่อการเดินทางสะดวกขึ้น
3 บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ โดยทุก ๆ เดือนวิวจะนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งไปมอบให้แก่มูลนิธิที่เทียนฟ้าดูแลผู้สูงอายุเพื่อซื้อของใช้จำเป็น รวมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้สูงอายุของมูลนิธิด้วย
จากเงินลงทุนครั้งแรกแค่ 4 พันบาท ทำขายเคสมือถือขายครั้งแรกมีรายได้ 3 – 4 หมื่นบาท วิวและแฟนใช้เวลาทำเคส SOCOLA.CASE มานาน 7 ปี ธุรกิจแม้จะไม่ได้ขยายกิจการใหญ่โตเพราะเป็นสินค้าทำมือทุกขั้นตอนที่ยุ่งยาก ต้องทำในปริมาณที่จำกัด แต่ทุกวันนี้เคสมือืถอสายมูของวิวสามารถออกไปอวดงานศิลปะถึงอเมริกา ออสเตรเลียและสิงคโปร์
“ในวันที่เราบอกกับตัวเองว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว เราอาจจะภาคภูมิใจและอาจหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อนำมาพัฒนา วิวจึงมักจะพูดกับทุกคนเสมอว่าฉันยังไม่ประสบความสำเร็จค่ะ” วิว แม่ค้าสายมูกล่าวทิ้งท้าย
#ศิษย์JCTUที่เราภาคภูมิใจ
#JCupdate#JCTU#JC51#JCTUalumni
#socolacase
