นัท สุมนเตมีย์ : ผู้มุ่งมั่นเอาดีกับเส้นทางสายช่างภาพ

JC UPDATE
นัท สุมนเตมีย์
ผู้มุ่งมั่นเอาดีกับเส้นทางสายช่างภาพ

“คนทำหนังในช่วงยุค 30 ยังหาโอกาสการทำงานหนังยากมาก จริงๆ อยากเรียน ถ่ายภาพ แต่คณะวารสารฯ ไม่มีเอกถ่ายภาพโดยเฉพาะ มีเป็นวิชาพื้นฐาน สาขาที่ใกล้เคียงมีแต่สาขาหนังสือพิมพ์หรือภาพยนตร์ ช่วงนั้นเลือกอยู่ 2 สาขา แต่ใจจริงๆ อยากเรียนถ่ายหนังมากกว่า”

นัท สุมนเตมีย์ วารสารศาสตร์ ปี 2532 JC32
เอกภาพยนตร์ เล่าให้ฟังถึง อาชีพคนทำหนัง ที่หนังยังไม่ได้ Transform เป็นระบบใหม่ดังเช่นทุกวันนี้ คนทำหนังเริ่มจากการฝึกงานในกองถ่ายหนัง การเรียนภาพยนตร์ของนัท ไม่ได้เริ่มจากความอยากเป็นผู้กำกับ อยากเป็นตากล้องที่ถ่ายหนังมากกว่า ชอบถ่ายงานเชิงสารคดี พอได้เข้ามาเรียนในคณะฯ สาขาภาพยนตร์ก็เป็นสาขาที่ชอบ ช่วงที่เรียนอยู่ปี 3 ได้ไปฝึกงานด้านนิตยสาร ตอนฝึกงานได้ไปฝึกงานในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่อง ไกลกว่าใจไกลเกินฝัน มีนัท มีเรีย เป็นตัวแสดงนำ และได้ไปเป็นช่างภาพนิ่งประจำกองถ่ายหนังทำให้ นัท เห็นระบบการทำงานในกองถ่ายทั้งหมด ทำให้รู้ว่าการถ่ายทำหนังสักหนึ่งเรื่อง ต้องใช้เวลานาน 4-5 เดือน และต้องใช้คนเยอะมาก เลยพบว่า การทำงานที่ต้องดีลงานกับคนเยอะๆ อาจจะไม่เหมาะกับตัวเอง

#ฝึกงานที่นิตยสาร อ.ส.ท.
นิตยสาร อ.ส.ท. ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นที่ฝึกงานของ นัท เพื่อทำ Special Project ทำให้ได้ร่วมงานกับรุ่นพี่มากฝีมืออย่าง พี่เจี๊ยบ – อภินันท์ บัวหภักดี และวินิจ รังผึ้ง ศิษย์ผู้พี่ที่สร้างสรรค์เรื่องราวและภาพถ่ายให้ อ.ส.ท. มานานหลายสิบปี พอได้ฝึกงานที่นี่ จึงรู้ว่า ที่นี่เป็นทางที่ชอบ ที่ใฝ่ฝันมานาน ทำให้มีโอกาสเดินทาง ถ่ายภาพ เขียนเรื่อง หลังจากฝึกงานเสร็จ เรียนจบแล้ว ใจก็ยังอยากที่จะทำงานที่ อ.ส.ท. แต่เนื่องด้วย อ.ส.ท. เป็นรัฐวิสาหกิจ ยังไม่เปิดรับเจ้าหน้าที่จากภายนอก จึงไม่ได้ไปทำงานที่ อ.ส.ท.อย่างที่ฝัน จึงเบนเข็มไปทำงานที่อื่นอยู่ 3-4 ปี เช่น บริษัท สไลด์ มัลติวิชั่น เป็นงานถ่ายภาพ สำหรับทำ Presentation เปิดตัวสินค้าต่างๆ ทำไปได้สักพักก็รู้สึกว่า ยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ก็เลยไปทำงานถ่ายรูป ฟรีแลนซ์ และเขียนเรื่องให้กับหนังสือ Expression เป็นนิตยสารแจกฟรีสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตอเมริกัน เอ๊กซ์เพรส

จนในที่สุดได้กลับมาทำงานจริงจังที่ อ.ส.ท. อีกครั้ง แต่ยังไม่ได้บรรจุเป็นพนักงานของ อ.ส.ท. เป็นเพียงนักเขียนอิสระประจำกองบรรณาธิการ แม้จะมีความลำบากในเรื่องการเดินทางเพราะไม่ได้เป็นพนักงานประจำ แต่ก็นับได้ว่า ได้ทำในสิ่งที่ชอบอย่างจริงจัง ทำกับ อ.ส.ท. อยู่ 5-6 ปี ได้ประสบการณ์มากมายจากการเดินทางไปทั่วประเทศ ได้เสนอเรื่องราวของชุมชนทั้งบนบกและใต้น้ำ ซึ่งเป็นต้นทุนที่ดีทำให้สามารถก้าวต่อไปกับงานอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

#เริ่มงานนิตยสารอีกครั้งที่ Nature Explorer
จนกระทั่งในปี 2540 นัท ได้เริ่มทำงานนิตยสารเป็นจริง เป็นจังมากขึ้นกับนักเขียนลูกหม้อ อ.ส.ท. คือ ดวงดวง สุวรรณรังสี กับการปลุกปั้นนิตยสารท่องเที่ยวที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ชื่อว่า Nature Explorer เป็นนิตยรายเดือน ในตำแหน่งบรรณาธิการฝ่ายภาพ จากการทำงานกับ อ.ส.ท. ทำให้ นัท ได้นำประสบการณ์ เทคนิคการถ่ายภาพจาก อ.ส.ท. มาใช้กับนิตยสารเล่มใหม่ โดยเฉพาะการถ่ายภาพใต้น้ำ ในแต่ละปี มีโอกาสได้ถ่ายภาพใต้น้ำ ปีละ 2-3 ครั้ง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม แต่ทำหนังสืออยู่ได้ไม่นานนักก็ออกไปเป็นช่างภาพอิสระมาจนทุกวันนี้

คนทั่วไปอาจจะสงสัยว่า แล้วเสน่ห์ของการถ่ายภาพ อยู่ที่ไหน ??? นัท ให้ความกระจ่างต่อประเด็นนี้ว่า การถ่ายภาพ ไม่ใช่แค่การกดชัตเตอร์ แต่อยู่ที่มุมมองการถ่ายภาพที่เรามอง เป็นการสื่อสารด้วยภาพ เป็นภาษาสากล ถ้าเรามี Background ของภาพด้วยการทำให้ภาพนั้นสมบูรณ์ขึ้น ประกอบกับการเขียนบทความที่ต้องไปด้วยกันกับภาพ ทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวได้มากขึ้น

#ชีวิตพลิกผันสู่การเปิดร้านขายอุปกรณ์แค้มปิ้ง
เมื่อนิตยสารเริ่มปิดตัวลงและหันไปสู่ออนไลน์มากขึ้น งานถ่ายภาพก็ลดน้อยลง ช่วงหลังจึงไม่ได้ยึดอาชีพถ่ายภาพทำมาหากิน นัท มองว่า ด้วยความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อวิชาชีพถ่ายภาพ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การถ่ายภาพได้มากขึ้น ทุกคนทำเองได้หมดและไม่ต้องการเทคนิคอะไรมากนัก ทุกคนสามารถถ่ายภาพได้แม้ไม่ต้องเรียนแบบลึกซึ้ง

นัท จึงเบนเข็มมาเปิดร้านขายอุปกรณ์แค้มปิ้ง ชื่อ Thailand Outdoor ทำมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังรักการถ่ายภาพ จึงทำงานถ่ายภาพตามที่ตัวเองชอบไปด้วย และความรับผิดชอบในการโปรโมทร้านของตัวเอง คือ ทำ Content เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว อาจกล่าวได้ว่า การทำร้านขายอุปกรณ์แค้มปิ้ง เป็นเพจที่สำหรับหาเลี้ยงชีพ และเปิดอีกเพจ ในชื่อของตัวเอง คือ nat.sumanatemeya เป็นเพจที่ทำเพื่อตอบสนองความต้องในเรื่องการถ่ายภาพของตัวเอง เป็นเรื่องการเดินทาง การดำน้ำ มุมมองต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเพจส่วนตัว ไม่ได้เป็นเพจที่หารายได้ แต่เปิดเพื่อให้ได้เดินทาง ท่องเที่ยว ตามที่ตัวเองต้องการ สำหรับนิตยสาร อ.ส.ท. ยังคงเขียนคอลัมน์ ท่องโลกใต้ทะเล เป็นนักเขียนอิสระให้อ.ส.ท. เนื้อหาจะเป็นการพูดถึงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล

#เสน่ห์ของการถ่ายภาพอยู่ที่ไหน
นัท มีความหลงใหลในการถ่ายภาพทั้งบนบกและใต้น้ำ เขาพูดถึงงานใต้น้ำของเขาว่า “ทะเลแต่ละที่มีความแตกต่างกันออกไป บ้านเราเป็นทะเลที่มีปะการังสวย แต่ปลาใหญ่อย่างฉลามจะมีค่อนข้างน้อย หรือถ้าอยากจะดูปลาฉลาม ปลากระเบนตัวใหญ่ ๆ ต้องไปมัลดีฟส์ หรือเกาะกะลาปากอส เมื่อก่อนคนอาจจะกลัวฉลามว่าเป็นปลาดุร้าย แต่ปัจจุบัน มุมมองฉลามเริ่มเปลี่ยนไป คนจะรู้จักว่า ฉลามวาฬ คือ อะไร ฉลามมี 300 กว่าชนิด และมีเพียง 10 ชนิดเท่านั้นที่ทำร้ายกับมนุษย์ มนุษย์ไม่ใช่อาหารหลักของฉลาม คนที่ถูกฉลามกัด ยังน้อยกว่าคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเสียอีก สำหรับประเทศไทยถ้าจะไปดูฉลามจะอยู่ทะเลฝั่งอันดามันมากกว่า บางแห่งฉลามเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวด้วยซ้ำไป เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีฉลามออก้า ตัวสีดำเข้ามาที่น่านน้ำอันดามัน ส่วนใหญ่จะอยู่ขั้วโลกเหนือและใต้ จะเป็นฉลามประจำถิ่น ล่าแมวน้ำเป็นอาหาร ส่วนทรอปิคอลจะมีน้อย นัท เคยถ่ายรูปฉลามออก้าในไทยได้ประมาณ ปี 2540 ปกติฉลามจะมาโผล่ที่ไทย 4-5 ปี/ครั้ง ถ้าเป็นฉลามทะเลเปิด ฉลามก็จะเร่ร่อนไปตามกระแสน้ำ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และปลาโลมาที่นิยมไปดู เช่น โลมาสีชมพู เป็นปลาน้ำตื้น เป็นปลาที่คนไทยหาดูได้ไม่ยาก

ทะเลที่ชอบที่สุดที่เคยถ่ายมาคือ เกาะกะลาปากอส ที่เอกวาดอร์ ถ้าเป็นเมืองไทยประทับใจ หมู่เกาะสิมิลัน สำหรับเกาะ พีพี เมื่อ 30 ปีที่แล้ว อาจจะมีความงามตามธรรมชาติอยู่ แต่มาในวันนี้ความงามนั้นค่อยๆ หายไปเพราะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าการท่องเที่ยวก็สร้างมลพิษในบางรูปแบบเช่นกัน

เมื่อถามถึง อนาคตในวิชาชีพถ่ายรูป ยังมีความจำเป็นสำหรับสังคมในปัจจุบันหรือไม่ นัท บอกว่า อยู่ที่สังคมว่ายังให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพหรือไม่ เขามองว่า อาชีพช่างภาพ ก็ยังคงมีความสำคัญและจำเป็นอยู่ งานถ่ายภาพยังต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกมุมที่จะสื่อเรื่องราวไปให้กับผู้คน เป็นการทำหน้าที่นักสื่อสารมวลชนรูปแบบหนึ่ง

ช่างภาพเองก็ต้องปรับตัว พอทำมาถึงจุดหนึ่ง ก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น อย่างไรก็ตาม แม้ นัท จะทำงานถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก แต่นับเป็นงานที่จริงจังมาก เพียงแต่ไม่ได้หารายได้จากการเป็นช่างภาพมากกว่า นอกจากนี้ยังได้รวบรวมภาพที่ถ่ายใต้ทะเลเอามารวมเล่ม พิมพ์ออกมา 2 เล่ม และได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร และแสดงนิทรรศการภาพถ่าย 2-3 ครั้ง

#ฝากถึงน้องๆ ที่จะเข้าสู่อาชีพช่างภาพ
คนทั่วไป อาจจะมองว่า แค่มีมือถือก็ถ่ายรูปได้แล้ว แต่สิ่งที่แตกต่าง คือ มุมองและความคิด ภาพถ่ายเป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง อยู่ที่ว่า ต้องการให้ภาพถ่ายไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจนแบบไหน แม้ว่าสื่อจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม จากสิ่งพิมพ์ มาสู่โทรทัศน์ หรือแพลตฟอร์มไหนก็ตาม หัวใจของนักสื่อสารมวลชนก็ยังต้องการคนที่มีคุณภาพ ใครที่สนใจก็ยังสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ เมื่อเทียบกับสมัยก่อน ปัจจุบัน สื่อสารมวลชนปัจจุบันเน้นความเร็วมากเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพ หรือการวิเคราะห์เชิงคุณภาพของเนื้อหาอ่อนด้อยลงไป ขณะที่คนรุ่นก่อนจะวิเคราะห์สถานการณ์ได้ดีกว่า

กว่า 20 ปีในอาชีพนักสื่อสารมวลชน นัท สุมนเตมีย์ ได้ทำหน้าที่เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างตรงไป ตรงมา ทุกภาพสามารถใช้เป็นประจักษ์พยานในทุกเรื่องราวได้ ภาพมีค่ามากกว่าแค่ความงาม สามารถเอาภาพไปประยุกต์ใช้กับทุกกิจกรรมได้ เพราะทุกอาชีพล้วนส่งผลกระทบด้านดีและไม่ดีต่อสังคมได้เสมอ ติดตามผลงานของนัทได้ที่เพจ https://www.facebook.com/nat.sumanatemeya

#ศิษย์JCTUที่เราภูมิใจ #JCupdate
#นัทสุมนเตมีย์ #ข่างภาพอิสระ #ถ่ายภาพบนบกและใต้น้ำ #คอลัมนิสต์ท่องโลกใต้ทะเล
#อสท #ThailandOutdoor #Campingshop 

Leave a Reply

Discover more from สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading