การลำดับภาพ หรือ การตัดต่อ เป็นงานเบื้องหลังที่มีความสำคัญมาก
เราสามารถพูดได้ว่าในกระบวนการสร้างภาพยนตร์นั้น จะประกอบไปด้วยการเล่าเรื่อง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 คือ การเขียนบท สร้างเรื่องราว ออกแบบตัวละคร ครั้งที่ 2 คือการออกกองไปถ่ายทำตามบทที่เขียนมา จนเมื่อได้ฟุตเทจจำนวนมหาศาลออกมาแล้ว ก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเล่าเรื่องครั้งที่ 3 ซึ่งก็คือ “การลำดับภาพ” หรือ “การตัดต่อ”
“หน้าที่ของเราก็คือการเอาฟุตเทจพวกนั้นมาจัดระเบียบและเรียบเรียงเป็นเรื่อง เป็นการเล่าเรื่องครั้งสุดท้ายในการทำภาพยนตร์ มันอาจจะเป็นไปตามบทที่เขียนมา หรือไม่เป็นไปตามนั้นก็ได้ ความที่มันเป็นขั้นตอนสุดท้าย ความท้าทายของงานคือเราจะจบงานให้มันสมบูรณ์ที่สุดจากวัตถุดิบทั้งหมดที่เรามีอยู่ในมือได้อย่างไร”
นี่คือคำตอบของ ‘ตูน’ มานุสส วรสิงห์ JC41 จากสาขาภาพยนตร์และภาพถ่าย ที่ปัจจุบันเป็นนักตัดต่อผู้ฝากผลงานการตัดต่อภาพยนตร์ประดับวงการหนังไทยมาแล้วกว่า50 เรื่อง หลังจากถูกถามว่าการลำดับภาพหรือการตัดต่อสำคัญอย่างไรต่อการทำภาพยนตร์ เขาคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Foolhouse Production ซึ่งมีผลงานตัดต่อทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และละครชื่อดังอย่าง เเสงกระสือ, เลือดข้นคนจาง, กาหลมหรทึก, ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ และอื่นๆ อีกมากมาย
ตูน เล่าถึงประสบการณ์การตัดต่ออย่างสนุกสนานว่า “เรียนจบมาก็ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ทั้งถ่ายและตัดต่องานสารพัดอย่างอยู่ร่วม 10 ปี รวมถึงมีโอกาสเข้าไปหาประสบการณ์การทำภาพยนตร์ในตำแหน่งต่างๆ อยู่หลายเรื่อง ทั้งถ่ายเบื้องหลัง ทั้งเป็นผู้ช่วยตัดต่อ โดยระหว่างนั้นก็ได้ทำภาพยนตร์สั้นส่งประกวดตามงานเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ อยู่เสมอ ซึ่งเมื่อมองย้อนไปก็พบว่างานทั้งหมดที่ทำ ล้วนแล้วแต่มีส่วนช่วยให้เราได้ฝึกฝนการเล่าเรื่องด้วยภาพ ซึ่งกลายเป็นความสนใจที่นำมาสู่การเป็นนักตัดต่ออาชีพในที่สุด” และเมื่อเก็บประสบการณ์มานานพอจึงตัดสินใจเปิดบริษัทกับเพื่อนๆ โดยในแต่ละปีมีผู้สร้างภาพยนตร์ ซีรีส์ และละครมาใช้บริการงานตัดต่อแน่นตลอดทั้งปี
ภาพยนตร์ไทยในสายตาคนตัดต่อเป็นอย่างไร
เราไม่ได้อยู่ในฐานะคนเริ่มต้น Project ไม่ใช่คนคิดเรื่อง แต่เราก็พยายามเลือกงานที่มันมีแง่มุมน่าสนใจ มีความแตกต่าง สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการ เป็นงานที่ทำแล้วเราได้พัฒนาตัวเอง และงานนั้นมันก็มีส่วนช่วยพัฒนาวงการไปด้วย ไม่ว่างานนั้นจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือละครก็ตาม
จริงๆ เรียนจบมาก็อยากเป็นผู้กำกับ แต่ทำไปทำมาเราก็รู้ตัวว่าเราชอบงานตัดต่อมากกว่างานออกกองถ่ายทำ งานออกกองถ่ายมันมีความรีบเร่ง แข่งกับเวลา แข่งกับแสงอาทิตย์ แล้วก็ต้องทำงานร่วมกับคนเป็นร้อยในกองถ่าย แต่เราไม่ใช่คนแบบนั้น เราไม่ชอบคนเยอะ เราชอบทำงานที่มีเวลาคิดพิจารณา มีเวลาทบทวน มีเวลาปรับปรุงแก้ไข โดยที่ไม่ได้ถูกเงื่อนไขเวลาบีบจนเกินไปนัก และที่สำคัญงานตัดต่อมันทำให้เรามีโอกาสได้ทำงานกับผู้กำกับหลายคนที่เราชื่นชมผลงานทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ ซึ่งทำให้เห็นเราเห็นมุมมองความคิดที่แตกต่างและหลากหลายมากๆ ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่ดีมากถ้าวันนึงเรามีโอกาสได้ทำงานกำกับของตัวเอง
ผลงานที่ตัวเองชื่นชอบ จริงๆ ก็มีเยอะมาก เพราะงานแต่ละงานมันมีความประทับใจที่ไม่เหมือนกัน เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “แสงกระสือ” ก็เป็นงานภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่เราได้ทำร่วมกับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันทั้งตัวผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ ภาพยนตร์เรื่อง “ตั้งวง” ก็เป็นงานที่มีแง่มุมทางสังคมและการเมืองร่วมสมัยที่น่าสนใจ ละครเรื่อง “เลือดข้นคนจาง” และ “กาหลมหรทึก “ก็เป็นละครที่แปลกและแตกต่างจากแนวทางการผลิตละครไทยทั่วๆ ไป ซึ่งถึงแม้จะทำเรตติ้งได้ไม่ดีนัก แต่ก็เป็นงานที่คนดูหลายคนบอกว่าทำให้พวกเขากลับมาดูละครไทย
การเล่าเรื่องมีความสำคัญในการสื่อสารอย่างไร
ทุกงานที่เราทำมันมี message ที่ผู้สร้างหรือผู้กำกับต้องการจะสื่อสารกับคนดู ในฐานะคนตัดต่อ เราก็มีหน้าที่ทำให้ message นั้นๆ มันถูกถ่ายทอดออกไปในตัวงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เราอาจจะไม่ใช่คนต้นคิดว่าหนังเรื่องนี้จะพูดอะไร แต่เรามีส่วนรับผิดชอบว่า message นั้นจะถูกพูดออกไปอย่างไร คือไม่ว่าบทจะเขียนมายังไงหรือผู้กำกับจะถ่ายมายังไง เมื่อมันมาอยู่ในกระบวนการตัดต่อ มันยังสามารถที่จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ขึ้นมาได้อีกมากมาย Footage เดียวกันมันสามารถตัดต่อออกมาได้เป็นร้อยๆ แบบ ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการสื่อสารอะไร อย่างไร ด้วยจังหวะและอารมณ์แบบไหน
เมื่อเราถามถึงมุมมองต่อละครไทย หนังไทย ตูน ตอบจากประสบการณ์ที่อยู่ในวงการมายาวนานกว่า 20 ปีว่า เรากำลังอยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ทำให้คนดูมีโอกาสได้ดู Content จากต่างประเทศที่หลากหลายและรวดเร็วขึ้นกว่าสมัยก่อนมากๆ
การเข้ามาของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ทำให้ผู้สร้าง Content จำเป็นต้องปรับตัว เพราะคนดูไม่ได้มีทางเลือกน้อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว การดูภาพยนตร์ในโรง การดูละครและซีรีส์จากทีวี อาจจะไม่ใช่รูปแบบการรับชมความบันเทิงที่ตอบโจทย์คนดูในยุคปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว แต่เราก็ยังเชื่อเสมอว่าคนดูไทยยังต้องการดู Content ที่พูดภาษาไทย พูดถึงประเด็นร่วมสมัยต่างๆ ในสังคมไทย ด้วยบริบทแวดล้อมแบบไทยๆ เพียงแต่ว่ามันต้องมีมาตรฐานการผลิตที่สูงขึ้น พิถีพิถันมากขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์และประเด็นที่สดใหม่ ทั้งตัวเนื้อหาและวิธีการเล่าเรื่อง
และในขณะเดียวกันคนดูของเราก็ไม่ได้มีจำกัดอยู่แค่ในไทยด้วย คนทั่วโลกก็สามารถเข้าถึงผลงานที่เราทำได้ง่ายมากๆ เช่นเดียวกัน ฉะนั้นถ้าสิ่งที่เราทำมันมีความเป็นสากลมากพอ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่คนดูไม่ว่าชาติไหนจะเปิดใจรับชมผลงานที่เราทำ
‘ตูน’ มานุสส วรสิงห์ นักตัดต่อผู้มากประสบการณ์ ผู้สร้างสรรค์งานเบื้องหลังที่สำคัญต่อวงการละครไทย หนังไทย ยังคงค้นหาความท้าทายในการตัดต่อที่สร้างความตื่นเต้น แปลกใหม่ และสร้างสรรค์สังคม ให้กับผู้ชมอยู่เสมอ
See less
