ทุกครั้งของงานแฟชั่นโชว์ชั้นนำในเมืองไทย หนึ่งในที่นั่ง Front Row นั้น ต้องมี ปุ๊ก จงกล พลาฤทธิ์ Fashion Director ของนิตยสาร Vogue Thailand อยู่ด้วยเสมอ วันนี้สาวสวยมาดมั่นที่คร่ำหวอดกับวงการแคทวอล์คกว่า 18 ปีมาเป็นแขกรับเชิญของ JC Update แปลกใจที่เธอไม่ได้พูดถึงเรื่องของแฟชั่นหรือความสวยความงาม แต่กลับคุยถึงเรื่องราวของความเท่าเทียมกันในสังคมและบทบาทของ“ผู้หญิงหลังบ้
ปุ๊ก จงกล พลาฤทธิ์ เริ่มต้นเล่าถึงความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเข้ามาเป็นนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า
“ตอนนั้นเรียนมัธยมปลายที่เตรียมอุดม สายศิลป์ฝรั่งเศส เพื่อน ๆ ส่วนมากตั้งใจสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ แต่ปุ๊ก กลับตั้งใจจะเรียนคณะวารสารฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนั้น จึงเลือกเพียงคณะเดียวเท่านั้น”
เมื่อถามถึงความคิดในขณะนั้นว่าทำไมถึงเลือกมาเรียนที่นี่ คำตอบคือความรู้สึกที่ชัดเจนในจิตใจว่า “ธรรมศาสตร์มีอะไรบางอย่างที่เหมาะสมกับตัวเรา แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดี?”
เพราะเป็นคนเรียนเก่ง ผลเอ็นทรานซ์จึงออกมาตามคาด ปุ๊ก จงกล ได้มาเป็นหนึ่งในนักศึกษา คณะวารสารฯ รุ่น JC 43 โดยเลือกเรียนเอกสาขาภาพยนตร์และฟิล์มเพราะชอบทุกอย่างที่เป็นเรื่องภาพและแฟชั่น “ปุ๊กชอบถ่ายรูป ชอบดูภาพและงานสวย ๆ ในแมกกาซีนมาตั้งแต่เด็ก จึงเลือกเอกฟิล์มเพราะเป็นเรื่องของการถ่ายรูปและมีความเป็นศิลปะมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกเอกในคณะ”
เหมือนชีวิตถูกกำหนดให้ต้องเดินบนเส้นทางสายแฟชั่นมาแล้ว ขณะเรียนอยู่ปี 2 ปุ๊ก จงกลซึ่งเป็นคนชอบขวนขวายหาประสบการณ์ จึงได้เข้าไปรู้จักกับวงการแฟชั่น จนได้มีโอกาสเข้าไปช่วยงานใน ELLE Fashion Week และงานเบื้องหลังงานอีเว้นต์และงานถ่ายแฟชั่นต่าง ๆ หลังจากเรียนจบการศึกษาจากคณะวารสารฯ บัณฑิตสาวเอกภาพยนตร์คนนี้จึงเดินเข้าสู่วงการแฟชั่นอย่างเต็มตัวกับโดยเริ่มต้นก้าวแรกที่ เกรย์ฮาวด์ ทำหน้าที่ดูแล Visual ด้านแฟชั่น ทำงานไม่ถึงปีก็ก้าวกระโดดไปอยู่ ELLE Magazine นิตยสารหัวนอกเล่มแรกของเมืองไทย ในตำแหน่ง Assistant Fashion อยู่ 8 ปี จึงย้ายมาทำงานที่ Vouge Thailand จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 10 ปีแล้วในตำแหน่งปัจจุบันคือ Fashion Designer
อาชีพสื่อสารมวลชนด้านแฟชั่นถ้ามองจากภายนอกดูเป็นงานสบายเหมือนไฮโซที่ได้แต่งตัวสวย ๆ นั่งดูแฟชั่นสบาย ๆ แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นเพียงเบื้องหน้าของงานเท่านั้น ปุ๊ก จงกล เล่าว่าเบื้องหลังการทำงานสายแฟชั่นเป็นงานหนักที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและมันสมอง เนื่องเพราะเป็นงานครีเอทีฟที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำองค์ความรู้มาให้กับผู้อ่านขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อการแข่งขันกับคู่แข่ง
“งานเราเป็นสื่อสารมวลชนคือ การครีเอทีฟสารนี้ออกไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ สิ่งที่ผู้อ่านได้กลับไปคือแรงบันดาลใจในการแต่งตัว การใช้ชีวิต นี่คือหลักที่ใช้ในการทำงาน ”
อีกมุมหนึ่งที่ ปุ๊ก จงกล ได้ทำมาตลอดไม่ใช่ในฐานะ Fashion Director แต่เป็นเรื่องของสื่อสารมวลชนที่มีหน้าที่ต้องช่วยสังคมพร้อมกับงานในหน้าที่ด้วย
“ตลอด 10 กว่าปีในสายวิชาชีพนี้ ปุ๊กตั้งใจและพยายามสนับสนุนดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ ๆ ที่มีความสามารถมาตลอด มีหลายแบรนด์เก่ง ๆ ที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เขาประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่น เป็นการให้โอกาสคน นี่คือผลงานที่ภูมิใจ”
และผลงานล่าสุดคือ งานฉลองครบรอบ 8 ปีของโว้ก ประเทศไทย (ปี 2564) ผ่านโปรเจ็ค Craft Eight เพื่อเปิดมุมมองความเป็นไทยของ โดยมอบหมายให้ 8 Editor ของโว้กประเทศไทย นำเสนอมุมมองที่มีต่องานศิลปหัตถกรรมในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งปุ๊ก จงกลเลือกหยิบยกแนวคิด และมุมมองของเหล่าแม่บ้านที่สร้างงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีผลต่อครอบครัวและสังคม
ด้วยเหตุผลว่า ต้องการสนับสนุนผู้หญิงในสายงานศิลปหัตถกรรม เพราะผู้ทุกวันนี้หญิงยังถูกมองให้เป็น “คนหลังบ้าน” ที่เป็นเพียงนั่งทอผ้าอยู่กับบ้าน แต่หารู้ไม่ว่างานที่พวกเธอทำสามารถสร้างรายได้มาค้ำจุนครอบครัว สามารถช่วยแบ่งเบาภาระสามีได้ แต่งานเหล่านี้กลับถูกมองแบบไม่มีคุณค่าเป็นเพียงแค่งานของแม่บ้านเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่น่าจะเรียกได้ว่านี่คืองานศิลปะที่เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ทำต้องด้วยใจรักและความอดทน สามารถต่อยอดไปเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนหรือในชุมชนได้
“เราไม่ใช่ Feminist เพียงแต่รู้สึกว่าผู้หญิงในวงการแฟชั่นยังไม่มีบทบาทเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่โลกทุกวันนี้ทุกคนเท่าเทียมกันแล้ว”
เมื่อนึกย้อนกลับไปในวันแรกที่ปุ๊ก จงกล ตัดสินใจเดินเข้ามาสู่สถานศึกษาเป็นลูกแม่โดมนั้น เธอเพียงรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในจิตใจที่บอกว่าต้องเป็นธรรมศาสตร์เท่านั้น!
…..ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน….
นั่นคือคำตอบอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เพราะถ้าคุณเป็นเลือดเหลืองแดงแล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในบทบาทใดก็สามารถช่วยสังคมได้เสมอ
จงกล พลาฤทธิ์ : Fashion Director ที่ขอพูดถึงความเท่าเทียมของสตรี
