ระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ : จากนักสื่อสารมวลชน สู่…ครูผู้ปรารถนาดีกับลูกศิษย์เสมอ

ระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ หรืออาจารย์นุ้ย JC 41 วารสารศาสตร์บัณฑิต สาขาวิทยุ-โทรทัศน์ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เพื่อนๆ นักศึกษาวารสารศาสตร์ฯ ปัจจุบันเธอเป็นอาจารย์ประจำ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากจบปริญญาตรี อาจารย์นุ้ยได้ทำงานเป็นครีเอทีฟรายการโทรทัศน์ ช่อง 3 อยู่ประมาณ 2 ปี ที่บริษัท บีอีซี เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำรายการโทรทัศน์ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรายการเกมโชว์ รายการควิชโชว์ รายการเพลง รายการวาไรตี้ของบีอีซี เทโรฯ เรียกได้ว่า ได้ประสบการณ์ครบทุกด้านที่ได้เรียนมา แต่ดูเหมือนเธอยังสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และยังมีความต้องการก้าวไปสู่การทำงานในสายข่าว โดยเธอสนใจข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง และการบริหารจัดการนโยบายของภาครัฐ จึงไปศึกษาต่อปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้ตัวเองมีความรู้เรื่องกลไกการบริหารบ้านเมือง และการบริหารกิจการภาครัฐ และมีประโยชน์ต่อการทำรายการข่าวที่เธอต้องการ

หลังจบปริญญาโทที่จุฬา ได้ผลิตรายการข่าวอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็ทำได้เพียงไม่นาน พรหมลิขิตก็นำพาเธอเดินเข้าสู่เส้นทางใหม่ที่ท้าทาย

เส้นทางการเป็นเรือจ้างเริ่มขึ้นที่นี่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อาจารย์นุ้ยได้เริ่มเป็นอาจารย์สอนที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สอนได้ประมาณ 2 ปี ทางมหาวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้สมัครขอทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ เธอจึงไม่รีรอที่จะเพิ่มดีกรีความรู้ให้กับตัวเอง

อาจารย์นุ้ยจึงบินลัดฟ้าไปเรียนปริญญาโทอีกใบ ที่มหาวิทยาลัย Academy of Art , San Francisco รัฐ California สหรัฐอเมริกา สาขา Multimedia Communication และได้กลับมาใช้ทุนจบครบ รวมเวลาที่เป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตประมาณ 9 ปี ต่อจากนั้นได้เป็นอาจารย์สอนที่คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ แต่การเป็นอาจารย์ที่นี่เพียงระยะเวลาไม่นาน ทำให้เธอต้องการทดลองขยับตัวสู่การกลับไปทำงานในสนามวิชาชีพอีกครั้ง

การขยับตัวครั้งนี้ เธอหันกลับไปใช้ประสบการณ์กับบริษัทเอกชนในบทบาทของผู้จัดการสื่อสารองค์กร ที่ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง การวางระบบสาธารณูปโภคแทน นับเป็นเวทีที่ทำให้เธอได้ใช้ศักยภาพในด้านทักษะการบริหารและทักษะงานสื่อสารมวลชนควบคู่กันไป และเธอยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา แต่เหมือนชะตาฟ้าลิขิตว่าอย่างไรเสียเธอจะต้องกลับมาเป็นครู

เมื่อเธอได้รับคำชี้ชวนจากรุ่นพี่คณะวารสารฯ ให้กลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอชั่งใจอยู่สักพักว่าจะกลับมาเป็นอาชีพอาจารย์ดีหรือไม่ เพราะงานที่ทำก็กำลังไปได้ดี แต่เธอก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าในวันสุดท้ายของการทำงาน เธออยากเห็นตัวเองทำอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน งานอะไรที่ใจเธอรักมากกว่ากัน เธอจึงได้คำตอบว่า จะลองกลับมาสมัครเป็นอาจารย์อีกครั้ง จากการตัดสินใจในครั้งนี้ทำให้เธอได้ก้าวกลับเข้ามาสู่รั้วเหลืองแดงอีกครั้งอย่างภาคภูมิใจ ว่านกน้องตัวหนึ่งที่เคยบินออกจากรังไปสู่โลกกว้าง จะได้กลับสู่รังที่อบอุ่นอีกครั้ง ในสถานะอาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

อาจารย์นุ้ย เล่าด้วยความภูมิใจว่า “มีรุ่นพี่วารสารฯท่านนึง ชวนให้เรามาสมัครเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยนวัตกรรม ที่ธรรมศาสตร์ ที่นี้วิทยาลัยนวัตกรรมอยากได้อาจารย์สายสื่ออยู่ เมื่อคิดถึงธรรมศาสตร์ ก็เป็นสถาบันการศึกษาที่เรารัก ก็คิดว่าถ้ากลับมาเป็นอาจารย์อีกครั้งก็อยากจะมาสอน อยากจะมาทำอะไรให้กับมหาวิทยาลัยของเรา”

เมื่อกลับมาเป็นอาจารย์อีกครั้ง เธอก็ตั้งใจจะใช้ความรู้ด้านวิชาการและประสบการณ์ด้านวิชาชีพที่ผ่านมา ทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุดกับทั้งลูกศิษย์และสังคม ดังนั้นนอกจากงานสอนแล้ว เธอได้ทำโครงการหลายโครงการที่ทำให้เธอภาคภูมิใจในความเป็นนักวิชาการ อย่างโครงการพัฒนาผู้ผลิตรายการที่ได้ทุนมาจากกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้รับการคัดเลือกและอบรมผู้ผลิตสื่อหน้าใหม่ที่ต้องการผลิตรายการเด็กปฐมวัย ซึ่งประเทศไทยนั้นขาดแคลนผู้ผลิตรายการสื่อเพื่อเด็กปฐมวัย และสื่อเด็กปฐมวัยที่มีก็ไม่เพียงพอต้องความต้องการ เพราะรายการเด็กปฐมวัยนั้นมักไม่ค่อยมีผู้ให้การสนับสนุนจากสปอนเซอร์อีกทั้งยังเป็นรายการที่ทำยาก ต้องอาศัยองค์ความรู้หลายด้านโดยเฉพาะด้านพัฒนาการเด็ก จึงเป็นโครงการที่น่าภูมิใจว่าเธอได้รวมเป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนาสร้างองค์ความรู้และกลไลในการพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้ผลิตที่ต้องการจะก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรายการเพื่อเด็กปฐมวัย

เธอเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “มีผู้ผลิตทีมนึงเมื่อได้รับการอบรมไปแล้วก็ได้คิดรายการไปนำเสนอสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส แล้วสุดท้ายก็ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนในการผลิตรายการจริงๆให้กับช่อง Thaipbs ก็เป็นความรู้สึกดีใจและภูมิว่าเรามาถูกทาง อย่างน้อยวันนี้เราได้ช่วยเพิ่มบุคลากรมืออาชีพเพื่อการผลิตสื่อที่ดีๆให้เด็กๆได้จริงๆ” นอกจากนี้ที่ผ่านมาเธอสนับสนุนให้นักศึกษาทำโครงการด้านสื่อออกไปประกวด จนได้รางวัลมาหลายโครงการ อาทิ การประกวด MV เพลงสวัสดีประเทศไทย ของวงคาราบาว ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาจากทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวดและสุดท้ายนักศึกษาของเธอได้รับรางวัลชนะเลิศ โดย MV ที่นักศึกษาทำนั้นได้นำไปใช้เป็น official MV จริงๆของเพลง ทำให้นักศึกษามีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ต่อไป

​การกลับมาเป็นครูในรอบนี้ ทำให้อาจารย์นุ้ยต้องปรับวิธีการสื่อสาร การสอนให้เด็กเข้าใจบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป เราไม่เพียงแค่ให้ความรู้ แต่ต้องให้หลักคิดกับนักศึกษาด้วย เพราะสังคมเปลี่ยนแปลงเร็วมาก “ในฐานะที่เป็นครู เราไม่ได้เป็น lecturer แต่เราเป็น instructor ที่บ้างที่ก็ต้องเป็น Coach ที่ต้องช่วยชี้แนะ เป็น Demonstrator ที่ต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง เป็น adviser ที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาได้ในเรื่องที่เค้าอยากรู้อยากทำ เป็นต้น ทั้งหมดที่เราทำนี้ทุกบทบาทมีรากฐานมาจากความปรารถนาดีอย่างบริสุทธิ์ใจต่อนักศึกษาเสมอ บางอย่างนักศึกษาอาจจะเข้าใจ หรือยังไม่เข้าใจ แต่สักวันคิดว่านักศึกษาก็จะได้เรียนรู้เอง เช่น ยุคนี้ผู้คนมักพูดถึงเรื่องสิทธิ ซึ่งการรู้จักสิทธิของตนเองนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่น่าจะดีกว่าไหมถ้าเราชี้ให้เห็นได้ว่าสำคัญกว่าการมองแต่มุมสิทธิของตนเอง คือการเคารพสิทธิของกันและกัน เวลาเราพูดเรื่องสิทธิ ต้องเห็นทั้งสิทธิเรา สิทธิของคนอื่นๆด้วยเช่นกัน เป็นต้น การเรียนในห้องเรียนเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการนำไปประกอบอาชีพ แต่ประสบการณ์ในระหว่างการทำงานเป็นสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้อีกมาก และเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่มีที่สิ้นสุด การมีหลักคิดที่ดีจะช่วยในการเรียนรู้ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เราอยากให้ออกไปนักศึกษามีความสุขในการใช้ชีวิตและมีจิตสำนึกในส่วนรวมด้วย”

​อาจารย์นุ้ยได้ฝากข้อคิดถึงน้องๆ นักศึกษาวารสารฯ รุ่นปัจจุบัน ว่า “การเรียนวารสารฯ เป็นหลักสูตรพหุวิชาเราต้องเรียนรู้ทุกมิติของสังคม และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและสังคม ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นวัยแห่งการแสวงหา เป็นวันแห่งการเรียนรู้ จงใช้โอกาสนี้ ในการเก็บเกี่ยวชีวิตในมหาวิทยาลัยให้มากที่สุด ในมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมให้คิดให้ฝึกทำมากมาย สนุกกับมันให้เต็มที่ เป็นช่วงที่ส่งต่อมิตรภาพระหว่างเพื่อนๆ ก่อนที่จะแยกย้ายไปประกอบอาชีพตามความถนัด ตามฝัน หรือตามลิขิตของแต่ละคน เพราะฉะนั้นจงเรียนรู้ทุกอย่างและก้าวไปอย่างมั่นคงในหนทางที่เลือก ”

​ระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์ หรืออาจารย์นุ้ย ศิษย์เก่าวารสารฯ ที่ยึดอาชีพเรือจ้างเป็นอาชีพสุดท้าย ที่พร้อมจะนำพาเยาวชนของชาติไปสู่พลเมืองที่เปี่ยมด้วยศักยภาพสู่สังคม แม้สังคมจะเปลี่ยนไปตามกระแสโลกดิจิทัลมากขึ้นแต่ก็ยังต้องดำรงจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ไว้ ที่ไม่สามารถให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาบงการชีวิตได้ทั้งหมด ความรัก ความเมตตา การให้อภัยกัน ความเอื้ออาทรต่อกันยังคงเป็นเสน่ห์ของสังคมไทยอยู่สมอ ดั่งคำที่เราพูดกันอยู่เสมอว่า ความรู้ต้องคู่กับคุณธรรม เธอจะสามารถนำพาลูกศิษย์ไปให้ถึงฝั่งฝันได้อย่างไร คงต้องเป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องคอยดูกันต่อไป ชนิดห้ามกระพริบตามเลยทีเดียว

Leave a Reply

Discover more from สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading