สมศักดิ์ วิศวแสวงสุข หรือที่รู้จักกันในหมู่เพื่อนๆ ว่า “แดงต้อย” จบปริญญาตรีวารสารศาสตร์บัณฑิต สาขาโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ และจบปริญญาโท จากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชน หลังจากจบจากรั้วธรรมศาสตร์ สมศักดิ์ ได้ทำงานตามสาขาที่เรียนมาประมาณ 2-3 ปี ในงานประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยรับผิดชอบการบันทึกเทปรายการ การเขียนสคริปท์ รวมทั้งการตัดต่อด้วย
หลังจากนั้นก็ได้ก้าวเข้าสู่สายงาน HR ซึ่งก็คือ งานบริหารทรัพยากรมนุษย์ นั่นเอง โดยเริ่มจากฝ่ายบริหารบุคคลที่สมัยก่อนเรียกกันแบบนี้ ที่ บริษัท โอเชียน กล๊าส จำกัด เป็นแห่งแรก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่ได้เอาวิชาที่เรียนมาใช้เลยเสียทีเดียว ความรู้ในงานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ยังคงได้นำมาใช้ในงานบริหารบุคคลเช่นกัน ทั้งการสื่อสารกับผู้บริหารองค์กร หัวหน้างาน พนักงาน ตลอดจนบุคคลภายนอก
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ในสายงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ ต้องบอกว่า หนุ่มใหญ่คนนี้ ได้ก้าวสู่ความสำเร็จทีละขั้นๆ จากการเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารบุคคล เป็นผู้จัดการฝ่ายบริหารบุคคล เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร เป็นผู้จัดการทั่วไป เป็นรองประธานกรรมการ ( Vice President) รวม 20 แห่ง จากประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กร
ทำให้ปัจจุบัน สมศักดิ์ เป็นที่ปรึกษางานสายงานทรัพยากรมนุษย์ การออกแบบระบบงาน HRM HRD และ การพัฒนาองค์กรเชิงกลยุทธ์ ให้กับองค์กรต่างๆหลากหลายประเภทธุรกิจ หลายประเภทผลิตภัณฑ์ โรงงานอุตสาหกรรม สายพาณิชยกรรม สายงาน Logistics เป็นวิทยากรฝึกอบรมด้านทรัพยากรมนุษย์ กฏหมายแรงงาน ด้านความปลอดภัยในการทำงาน การบริหาร และ การตลาด ฯลฯ
แม้จะอยู่ในสายงานทรัพยากรมนุษย์ แต่สมศักดิ์ ก็ยังได้ใช้การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในการสื่อสารกับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และ ความผูกพันในองค์กร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานมากขึ้น แม้ในองค์กรจะมีสหภาพแรงงานของลูกจ้าง และสหภาพผู้บริหาร แต่สมศักดิ์ สามารถใช้จุดเด่นของตนเองในการเป็นผู้ฟังที่ดี รับฟังความเดือดร้อน ทำอย่างไรที่พนักงานจะไม่ก่อเหตุประท้วง ทำอย่างไรที่จะสร้างความเข้าใจในปัญหาของทั้งสองฝ่าย
ขณะเดียวกันต้องใช้ทักษะวิเคราะห์ และหาทางแก้ปัญหา เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข และบรรลุเป้าหมายขององค์กร นั่นคือ องค์กรมีกำไรสูงสุดด้วยต้นทุนต่ำสุด ส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าตรงตามเวลา เป็นผู้นำการแข่งขันในการตลาดจากประสบการณ์ในการทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์มาหลายสิบหน่วยงาน สมศักดิ์ และเพื่อนๆ จึงได้ก่อตั้ง บริษัท HR 6 Packs จำกัด ขึ้น เพื่อให้บริการด้านการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร เป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงาน องค์กรเอกชนต่างๆ ซึ่งสมศักดิ์มีวิธีการในการดึงดูดลูกค้าโดยคิดเสมอว่า ผู้ว่าจ้างต้องได้รับการบริการมากกว่าค่าจ้างที่เขาจ้างเรา หรือถ้าผู้จ้างมีงบประมาณน้อย เราก็สามารถให้บริการได้ในขอบเขตการจ้างที่เหมาะสม และคุ้มค่าที่เขาใช้บริการของเรา
ไม่เพียงการทำงานด้านที่ปรึกษาให้กับองค์กรเท่านั้น
ล่าสุด สมศักดิ์ ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ประนีประนอมคดีแรงงานประจำศาลแรงงานกลาง ทำหน้าที่ในการไกล่เกลี่ยคดีแรงงานให้กับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง อีกทั้งยังเป็นผู้ประนีประนอมคดีแพ่งประจำศาลแพ่งพระโขนง นอกจากนี้ ยังเป็นคณะทำงานยกร่าง กฎหมายวิชาชีพด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ คณะทำงานแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน เป็นที่ปรึกษาสมาคมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน จังหวัด สมุทรปราการ ที่ปรึกษาสมาคมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน จังหวัดสมุทรสาคร และ เป็นคณะกรรมการบริหาร สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย ( PMAT )
ที่สำคัญ สมศักดิ์ ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต คือ การรับความรักจากพระเจ้าโดยการแนะนำของเพื่อนคนหนึ่ง ที่ได้ชักชวนให้เขาเปิดใจในการรับความรักจากพระเยซูคริสต์ ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงความคิด ในหลายๆ เรื่อง และได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเปลี่ยนมุมมอง ทุกคนล้วนมีคุณค่า มีความถนัด มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน ความถ่อมใจ การยอมต่อผู้อื่น การมอบความรักให้กับผู้อื่นก่อน ทำให้เขาได้รับสันติสุขมากมาย และได้นำมาเป็นหลักในการสอน เป็นแนวทางในการอบรม ถ่ายทอดให้กับพนักงาน ลูกจ้าง และนายจ้าง ทำอย่างไร เราจึงจะเอาพลังของคนแต่ละกลุ่ม ทั้ง Gen X Gen Y และ Baby Boomer แต่ละ Gen มีความเก่ง มีความสามารถในตัวเอง สามารถที่จะเอามาหลอมรวมให้เกิดประโยชน์กับองค์กร อยากเห็นองค์กรเติบโต มีความรักให้แก่กันและกัน ทำอย่างไรให้พนักงานรักกัน ให้ลูกจ้างรักและเห็นใจนายจ้างขณะเดียวกัน นายจ้างก็รักและเห็นใจลูกจ้าง
สมศักดิ์ วิศวแสวงสุข เป็นนักสื่อสารที่มาเอาดีในสายงาน Human Resources หรือ สายงานทรัพยากรมนุษย์ ที่ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับสมศักดิ์ที่จะเป็นกาวใจให้นายจ้างและลูกจ้างมีเป้าหมายร่วมกันที่จะนำพาองค์กรไปสู่ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลขององค์กรด้วยกันผ่านประสบการณ์และทักษะที่ได้สั่งสมมายาวนาน และด้วยบุคลิกที่เป็นนักฟังที่ดี อ่อนน้อมสุภาพ และนำถ้อยคำจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ล มาเสริมสร้างกำลังใจให้บุคลากรในองค์กร ทำให้หนุ่มใหญ่คนนี้สามารถนำความรัก การให้อภัย การเห็นคุณค่าของคน นำความสำเร็จมาสู่พนักงาน และนายจ้างได้อย่างน่าอัศจรรย์
#นกน้อยที่ไม่ไกลจากไร่ส้ม
#นักสื่อสารสู่การประนีประนอม
